|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #975 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2569, 06:01:04 » |
|
ผู้ถาม : พุทธศาสนาสอนเรื่องทุกข์ ที่ท่านอาจารย์อธิบายมานั้นก็พอเข้าใจเข้าใจอยู่แต่เวลาอธิบายศาสนาพุทธให้คนอื่นเข้าใจ คนอื่นจะพูดว่าเราเห็นในแง่ร้ายอยู่ตลอดเวลาแล้วทำให้ไม่บายใจ เราจะหาวิธีอธิบายได้อย่างไรครับ? หลวงปู่เทสก์ : ถูกคือว่า พุทธศาสนาสอน ทุกขนิยม เขาถือกันว่าอย่างนั้น ศาสนาอื่นเขาสอน สุขนิยม สอนไปเกิดชั้นฟ้าสวรรค์ สุขสบาย อย่างนั้นอย่างนี้ ความเป็นจริงก็คือสอนทุกขนิยม คือสอนให้เขาหนีจากทุกข์นั่นเอง มันก็อยู่ในนั้นแหละ แต่เขาไม่เขาใจ คือ ไปเกิด สุขคติ สุขาวดี หมายความโลกอันนี้มันมีทุกข์นั่นแหละ จึงสอนให้ทำดี หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ปุจฉาวิสัชนาในต่างประเทศ ณ.ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 19 พ.ย. – 12 ธ.ค. พ.ศ. 2519
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #976 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2569, 05:17:57 » |
|
ความชอบใจก็เป็นทุกข์ ความไม่ชอบใจก็เป็นทุกข์ เป็นทุกข์ทั้งสองอย่างคือ ไม่สละปล่อยวางทั้งสองอย่างนั้น ย่อมเป็นทุกข์ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๗๔
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #977 เมื่อ: 24 กุมภาพันธ์ 2569, 05:53:12 » |
|
ความพอใจในสิ่งเดียวนั้น พิจารณาในสิ่งนั้น แน่วแน่ในสิ่งนั้น สิ่งที่ตนพิจารณานั้น ย่อมลุล่วงไปด้วยดี หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมพเล่มที่๘๕
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #978 เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2569, 05:11:53 » |
|
ควรแก่การปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่งการที่เรามาเข้าใจใน ธรรม และเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พากันน้อม กาย วาจา ใจ ตั้งหน้าฝึกหัดปฏิบัติธรรม นับว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ไพศาล หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๑๒
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #979 เมื่อ: 26 กุมภาพันธ์ 2569, 05:51:20 » |
|
คราวนี้ ถ้าหากเราพิจารณาเห็นเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่เข้าไปยึดมาเป็นของตนเป็นตัว เห็นเป็นจริงตามสภาพของมัน มันก็ยิ่งสบายใหญ่ แม้ทุกขเวทนาจะปรากฏ มันก็สักแต่ว่าปรากฏแล้วผ่านไป จิตใจเราไม่ได้เข้าไปยึด นอกจากนั้นอีก ถ้าหากใจของเรามีกำลังพอกล้าหาญ จิตสงบลงได้เลย จนกระทั่งไม่ปรากฏอีก เวทนาหายไปได้โดยเด็ดขาดเหมือนกัน หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี (บทสนทนา รหัส 7 หน้า 191)
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #980 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2569, 05:43:37 » |
|
กิเลส เป็นอาการของ จิต ใจผ่องใสสะอาดแล้ว กิเลสจะแสดงอาการใดๆออกมา ใจย่อมทราบชัดด้วยตนเอง แล้วก็กำจัดด้วยปัญญาอันบริสุทธิ์ ซึ่งมีความสงบเป็นรากฐาน หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี (สติปัฏฐานภาวนา รหัส 5 หน้า 42)
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #981 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2569, 05:51:25 » |
|
ความสุขทางพุทธศาสนา ไม่ได้สอนถึงเรื่องวัตถุ วัตถุนั้นเป็นเพียงเราอาศัย ความสุขที่แท้จริง คือ ความสุขที่ไม่มีอามิส ได้แก่สันติสุข สุขด้วยความสงบ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมเล่มที่๗
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #982 เมื่อ: 02 มีนาคม 2569, 06:14:35 » |
|
โมหะ มิใช่ไม่รู้ทั้งหมด โดยเฉพาะความร้อน โมหะก็ยังรู้ว่าร้อนอยู่ และเหตุให้เกิดความร้อน ก็รู้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ยอมละเหตุนั้น เรียกว่า “ รู้แล้วไม่ยอมละ” ยิ่งเกิดมานะเพิ่มกิเลสขึ้นมาอีก ใครมีมาก ความร้อนและทุกข์ก็มีมาก ใครมีน้อย ความร้อยและทุกข์ก็มีน้อย หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ธาตุ ขันธ์ อายตนะ สัมพันธ์ รหัส 4 หน้า 122)
|
.
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 มีนาคม 2569, 06:16:12 โดย middle spirit »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #983 เมื่อ: 03 มีนาคม 2569, 07:34:30 » |
|
คนเรา จิตสงบเสียอย่างเดียวแล้ว บาปกรรม ก็ไม่ทำให้เกิดขึ้น กิเลส ความยุ่งวุ่นวายทั้งปวงหมด เราสละไปได้ เรียกว่าเรา ทาน เมื่อจิตอยู่ปกติตามสภาพเดิม ไม่คิดส่งส่ายก็เรียกว่าศีล หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่ ๔๖
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #984 เมื่อ: 04 มีนาคม 2569, 06:12:25 » |
|
วันนี้จะอธิบายหลักธรรมใหญ่ๆของพระพุทธศาสนาสักสามข้อ ไว้เป็นเครื่องพิจารณาต่อไป ข้อ 1. ให้ละความชั่วทั้งหมด ข้อ 2 ให้ประกอบแต่ความดีที่มีประโยชน์แก่ตนและคนอื่น ข้อ 3 ให้ชำระใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแม้ในอดีต ในอนาคต ก็รวมลงมา 3 ข้อนี้เท่านี้ เมื่อเราปฏิบัติให้ถูกต้องตามนี้แล้ว ได้ชื่อว่าปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ไม่ต้องคอยพระศรีอริยะเมตไตร หรือองค์ไหนๆมาเกิดแล้วจึงจะปฏิบัติตาม ธรรม 3 ข้อ กล่าวโดยปริยัติ คือ ละชั่วด้วยกาย วาจาและใจ และประกอบความดีด้วย กาย วาจา และใจ มิใช่ละชั่วแล้วอยู่เฉยๆ แล้วก็อยู่อย่างนั้นไม่ได้ ไม่ทำอย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรืออาจทำชั่วอีกก็ได้ ฉะนั้น จึงสอนให้ทำใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เพื่อใจจะได้ไม่กลับมาทำชั่วอีกต่อไป ถ้าโดยทางปฏิบัติแล้ว ต้องทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้วปราศจากอกุศลบาปกรรมทั้งหมดเสียก่อน จึงจะละบาปทั้งปวงได้ เพราะใจเป็นผู้สั่งงานให้ กาย วาจา กระทำ ใจเป็นผู้ งดเว้นบาปทั้งปวงแล้ว กาย วาจา ก็งดเว้นด้วยกัน คนเราที่มีการเคลื่อนไหวได้ ถ้าใจไม่มีเสียอย่างอย่างเดียว (คือคนตายแล้ว) กาย วาจา อันนี้ก็เคลื่อนไม่ได้ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ปุจฉาวิสัชนาในต่างประเทศ ณ.ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 19
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #985 เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:38:55 » |
|
ผู้นับถือศาสนาโดยความเลื่อมใสใจจริง จิตใจเป็นพุทธมามกะที่แท้จริงแล้ว ความชั่วต่างๆ ที่เคยประพฤติมาแต่ก่อนเก่า สามารถลดละให้หมดสิ้นไปได้ ด้วยการเข้าถึงพระรัตนตรัย จึงว่าการนับถือพระรัตนตรัย เป็นประโยชน์แก่ตน หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๓๗
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|