|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1125 เมื่อ: 22 กันยายน 2569, 09:12:42 » |
|
#สติ ตั้งมั่นลงในที่ใด กิเลส เหล่านั้นต้องหายไปในที่นั้น ถ้าหาก สติตั้งมั่นอยู่ทุกอิริยาบถ กิเลส มันก็ไม่เกิดอีกเท่านั้นซิ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๖๒
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1126 เมื่อ: 23 กันยายน 2569, 05:50:50 » |
|
#พุทธศาสนาสอนที่กายกับใจ พระพุทธศาสนาสอนให้น้อมเข้ามาพิจารณาในตัวของเรานี้ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ก็อยู่ในตัวของเรา สอนออกไปนอกนั้น นั่นไม่ใช่พุทธศาสนา มันเป็นโลก เห็นอย่างไรเรียกว่า เห็นธรรม เห็นภายนอกด้วยตาว่า ตัวเราเป็นก้อนทุกข์ ทั้งเห็นภายในคือ เห็นชัดด้วยใจด้วย เห็นเป็นธรรมทั้งหมด เราต้องพิจารณาให้ถึงสภาวะตามเป็นจริงของสังขาร ให้เห็นชัดอย่างนั้นว่า มันเป็นเพียงสักแต่ว่าธาตุ เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไป มันไม่ใช่ตัวตนของเรา เรามัวเมามันก็หลงนะซิ หลงสมมติว่าเป็นตัวเป็นตน จิตธรรมชาติเป็นของผ่องใส อาคันตุกะกิเลสมันพาให้เศร้าหมอง ที่มาหัดทำสมาธิภาวนานี่ ก็เพื่อขัดเกลาให้กิเลสหมดสิ้นไป เพื่อให้มันใสสะอาดคืนตามสภาพเดิม ให้เห็นจิตเห็นใจของตน จิตเป็นอย่างไร ใจเป็นอย่างไร ความรู้เรื่องของจิตของใจนี่แหละ เรียกว่า “วิชชา” เกิดขึ้นแล้ว เป็นปัญญาเกิดขึ้นแล้ว พระพุทธศาสนานี้ สอนมีจุดที่รวมได้ มีที่สุด หมดสิ้นสงสัย หมดเรื่อง ไม่เหมือนวิชาชีพอื่น เขาสอนไม่มีที่สิ้นสุด จึงว่า พุทธศาสนาสอนถึงที่สุด แต่บุคคลผู้ทำตามนั้น ทำไม่ถึงที่สุด จึงจำเป็นต้องทำสมาธิบ่อยๆ จนกว่ามันจะถึงที่สุด พระพุทธเจ้าท่านสอนนั้น ตรงไปตรงมา แต่คนไม่ชอบ บังไว้ปกปิดไว้ มันจึงไม่เห็นของจริง พระองค์สอนตรงไปตรงมาเลย ท่านบอกว่าร่างกายเหมือนกับซากอสุภะ ท่านว่าอย่างนั้น เป็นของปฏิกูลโสโครก มีคนใดมาพูดว่าเราสกปรกนี่ โกรธใหญ่ ไม่ชอบใจเลย แท้ที่จริงนั้น แก่นสารของพุทธศาสนา คือ การปฏิบัติกาย วาจา ใจ ของตนให้บริสุทธิ์ ตามคำสอนของพระพุทธองค์ที่จริง คำสอนของพระพุทธองค์ สอนของจริง ให้เห็นตามเป็นจริงทุกสิ่งทุกอย่าง พระพุทธเจ้าสอนให้เข้าใจตามเป็นจริง ว่า สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจะด้วยกรรมวิธีใดๆ ก็ตาม เกิดขึ้นแล้ว มันไม่เที่ยง แปรปรวนไป เป็นทุกข์ เมื่อผู้มาพิจารณาตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเห็นจริง ดังนี้แล้ว ย่อมไม่ยึดมั่น ถือมั่น เบื่อหน่าย ปล่อยวางในสิ่งเหล่านั้นได้แล้ว ย่อมมองเข้ามาเห็นจิตของตนผ่องใส คราวนี้เห็นจิตของตนแล้ว เมื่อเห็นจิตแล้ว มองดูเฉพาะจิตนั้น ไม่มองดูทุกข์ จิตนั้นก็เป็นอันหนึ่ง ทุกข์กลายเป็นอันหนึ่งของมันต่างหาก เมื่อมองลึกเข้าไปก็เห็นแต่ใจ คือมีอารมณ์อันหนึ่งของมันต่างหาก จะไม่เกี่ยวข้องด้วยอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น พุทธศาสนาทั้งหมด ไม่ได้สอนที่อื่น นอกจาก “กายกับใจ” โอวาทธรรมคำสอน หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1127 เมื่อ: 24 กันยายน 2569, 06:43:21 » |
|
#การฝึกหัดจิต คือ ให้รู้จักจิต จับจิตได้ ฝึกสติตามรู้จิต จนเห็นจิตของตนอยู่ทุกขณะ เมื่อเห็นจิตแล้วควบคุม รักษาให้จิตอยู่ในอำนาจของเรา หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๖๔
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1128 เมื่อ: 26 กันยายน 2569, 06:26:36 » |
|
#ผู้มีปัญญา ท่านจึงศึกษาอารมณ์ เพื่อแก้จิตแก้ใจ ไม่ติดข้องกับมัน เห็นอารมณ์ ก็ตั้งอยู่ตามสภาพของมัน เป็นเพียงสภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเท่านั้น สุขเกิดขึ้นก็รู้ ทุกข์เกิดขึ้นก็รู้ จิตตามรู้อารมณ์ทุกขณะ ถ้าจิตโน้มไปหาสุข เราก็ดึงมันไว้ ถ้าจิตเอียงไปทางทุกข์ เราก็ดึงมันไว้ จะดึงมันด้วยวิธีใด ที่จริงไม่ใช่การดึงอะไรหรอก เพียงรู้ทันอารมณ์ ทั้งสุขและทุกข์ ว่า “มันเป็นตัว วัฏฏะ หมุนวนแปรเปลี่ยนไปตามเหตุตามปัจจัย” “เมื่อรู้เท่า ธรรมดาของโลก อยู่อย่างนี้ โดยไม่ติดข้องในอารมณ์ทั้งปวง จะเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้” หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1129 เมื่อ: 27 กันยายน 2569, 06:18:28 » |
|
ผู้ฝึกหัดปฏิบัติรู้เท่าเข้าใจเรื่องเหล่านี้ตามความเป็นจริงว่า วิสัยของอายตนะทั้ง6 นั้น มีชอบกับไม่ชอบเท่านั้น แล้วปล่อยวางเสีย ไม่ยึดเอามาเป็นอารมณ์ จิตจึงจะกลายมาเป็นใจเฉยอยู่กลางๆ นี่แหละธรรมเห็นธรรม ไม่เป็นโลก อยู่เหนือโลก พ้นจากโลก ผู้จะอยู่เหนือโลก พ้นจากโลก ต้องเรียนรู้ของโลกทุกแง่ทุกมุม รู้เรื่องของโลก ก็รู้ตามอายตนะทั้ง6 นี่แหละ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี (จิตเหนือโลก โลกทิพย์แจกฟรี ฉบับที่ 67 หน้า 29)
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1130 เมื่อ: 28 กันยายน 2569, 06:10:24 » |
|
#พุทธสาวก ------------------------ ถ้าจะเป็นพุทธสาวก ต้องเป็นผู้ปฏิบัติคือ ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติ #เพื่อความบริสุทธิ์หมดจด ถึงจะถูกหลัก เข้าถูกทาง หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๒๒
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1131 เมื่อ: 29 กันยายน 2569, 05:26:34 » |
|
#สนทนาธรรมกับศาสตราจารย์ชาวศรีลังกา (ศาสตราจารย ทางจิตวิทยา)
ศาสนาพุทธท่านสอนเช้าไปถึงใจ ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ให้เห็นด้วยใจตนเองพิสูจน์ด้วยใจตนเอง มิใช่ความความนิยมประเพณีท้องถิ่นหรือคณะนั้นๆ บางทีทำชั่วคิดว่าเป็นของดีเพราะความนิยมก็มี แต่ศาสนาพุทธให้เห็นด้วยใจของตนว่า ถ้าทำชั่วนั้นเป็นของไม่ดี รู้ด้วยใจของตนเอง ไม่ถือตามความนิยมหรือประเพณี ปุจฉาวิสัชนาในต่างประเทศ ณ.ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 19 พ.ย. – 12 ธ.ค. พ.ศ. 2519
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1132 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2569, 06:14:20 » |
|
จิตที่ฝึกฝนแล้วนั้น มันอยู่นิ่งสงบ นั่นแหละเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ แต่คนไม่ชอบ หากมันพาวิ่งว่อน พาปรุงพาแต่ง พาคิดนึกส่งส่าย ด้วยประการต่างๆ นั้นแหละจึงค่อยชอบ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1133 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2569, 05:48:42 » |
|
ท่านผู้ที่หายจากโรคอันเกิดจากใจได้แก่ผู้สิ้นกิเลสแล้ว ถึงแม้โรคในกายของท่าน จะยังปรากฏอยู่ ก็เป็นแต่อาการความรู้สึก หาได้ทำใจของท่านให้กำเริบไม่ เพราะโรคใจของท่านไม่มีแล้ว สมุฏฐาน คือ อุปาทานของท่านได้ถอนหมดแล้ว ฉะนั้นท่านจึงมีความสุขและได้ลาภอย่างยิ่งในความไม่มีโรค หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ธรรมเทศนาเรื่อง โรค
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1134 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2569, 06:13:49 » |
|
คนเราเห็นแต่ #ทุกข์ แต่ไม่เห็น #เหตุเกิดทุกข์ เมื่อไม่เห็น #เหตุให้เกิดทุกข์ ก็ไม่เห็น #ทางดับทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงเห็น #ทางดับทุกข์และทรงดับทุกข์ ได้ด้วย จึงเป็นของอัศจรรย์ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๔๓
|
.
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ตุลาคม 2569, 06:17:16 โดย middle spirit »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|