|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1080 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2569, 06:31:08 » |
|
พระพุทธเจ้า ทรงสอนแต่ให้ทำดีด้วยตนเอง ย่อมได้ผลดีด้วยตนเอง (คือสิ่งที่เป็นมงคล) ไม่ได้สอนให้คนอื่นทำให้ หรือทำให้คนอื่น หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ๑/๑๐
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1081 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2569, 05:18:38 » |
|
ถ้าไม่ฝึกหัดใจ ก็ใจนั่นแหละเป็นทุกข์ ถ้าฝึกหัดใจ ก็ใจนั่นแหละเป็นสุข หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๒๔
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1082 เมื่อ: 15 มิถุนายน 2569, 05:20:39 » |
|
เราเป็นลูกศิษย์ของครูอาจารย์ เราฟังหรือเราปฏิบัติตามที่ท่านสอนไหม แล้วเราได้อะไรขึ้นมาบ้างพอที่จะอวดตนว่า เราเป็นลูกศิษย์ของท่าน เราละชั่วทำดีได้กี่มากน้อย หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1083 เมื่อ: 17 มิถุนายน 2569, 05:32:37 » |
|
จะละจะทิ้งจะถอนอารมณ์อย่างไร ************************************* เรามาลองคิดดูว่า ถ้าหากเราไม่คิดจะเป็นอย่างไร เมื่อไม่คิดไม่ปรุงไม่แต่ง มันก็เฉยๆ เท่านั้นเอง นี่แหละคือตัวกลาง เมื่อเข้าถึงตัวกลางได้แล้ว ความโกรธ ความไม่พอใจ ความรัก อารมณ์ต่างๆ ก็หลุดออกไปหมด อันนี้คือวิธีแก้อารมณ์ คือ แยกใจออกจากอารมณ์เสีย แล้วเอาแต่ใจอย่างเดียว อย่าไปเอาอารมณ์ เท่านี้ก็เป็นว่าแยกได้ทุกสิ่งทุกอย่างหมด ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความชัง ความโกรธเกลียด อิจฉาพยาบาท ความวิตก ความกลัว ความเศร้าโศกคับแค้นใจ ความเพลิดเพลินมัวเมา สรรพกิเลสทั้งปวงหมด ต้องแยกอย่างนี้ ต้องพิจารณาอย่างนี้ จึงจะเข้าถึงตัวใจ เมื่อเข้าถึงใจแล้ว สิ่งทั้งปวงมันก็ถอนรากไปพร้อมกัน ก็หมดเรื่อง หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วิธีแก้อารมณ์ของจิต แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๔
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1084 เมื่อ: 17 มิถุนายน 2569, 20:16:00 » |
|
ทำสิ่งใด ถ้าหากว่าทำดีถูกต้องนั้น ไม่เป็นเครื่องกระทบกระเทือนทั้งตนและคนอื่น คือ ไม่ทำความเสียหายแก่ตนและคนอื่น ไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ตนและทั้งคนอื่นด้วย นั่นแหละ หลักความดี -------------------------------------- ทำไม่รู้จักกาลรู้จักประมาณ คือ ไม่รู้จักพอดีพองาม ว่าจะเหมาะควรด้วยประการใดๆ อันนี้ไม่เบียดเบียนคนอื่นจริงอยู่หรอก แต่เบียดเบียนตนเอง พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ) กระจกเครื่องส่อง แสดง ณ.วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2518
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1085 เมื่อ: 18 มิถุนายน 2569, 19:38:51 » |
|
ธรรมะไม่มีเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดหรอก ธรรมะอันเดียวกันนั่นแหละ ถ้าหากสติอ่อนเมื่อไหร่ ก็เป็นเบื้องต้นเมื่อนั้น สติแก่กล้าเมื่อไร ก็เป็น ท่ามกลางและที่สุดเมื่อนั้น พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี) การฝึกหัดจิตให้มีสติทุกเมื่อ แสดง ณ.วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย วันที่ 12 เมายน พ.ศ.2524
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1086 เมื่อ: 19 มิถุนายน 2569, 19:39:29 » |
|
คนเรานั้นเกิดขึ้นมามันมีอารมณ์หลายอย่างไม่หยุดนิ่ง ก็เพราะเหตุที่เราไม่ได้ตั้งสติให้แน่วแน่ ถ้าตั้งสติคุมใจให้อยู่ที่เดียวแน่วแน่เท่านั้น มันก็นิ่งได้ แต่นี่เราไปเอาหลายอย่าง พล่านไปทุกอย่าง อันนั้นก็จะเอา อันนี้ก็จะเอา มันเลยไม่จริงสักอย่างเดียว หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี สติควบคุมจิต(๖) แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง พ.ศ.๒๕๑๗
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1087 เมื่อ: 20 มิถุนายน 2569, 19:29:12 » |
|
ถ้าหากเป็นนักภาวนากันจริงๆ จังๆ มีสติคุ้มครองรักษาจิต จะคิดดีคิดชั่วคิดหยาบละเอียด ส่งส่ายไปตามอารอายตนะสัมผัสก็ต่าง ๆ จะต้องส่องดูว่า อันนี้มันคิดดี คิดชั่วเราก็รู้จัก หยาบและละเอียดเราก็รู้จัก ส่งส่ายไปตามอายตนะหลายเราก็รู้จัก ว่าเป็นไปเพื่อสะสมกิเลส หรือเป็นไปเพื่อได้ความรู้ความฉลาดเกิดอุบายปัญญา ตามรู้ตรมเห็นอยู่ตลอดกาลเวลา และก็ตามชำระอยู่ทุกขณะ ที่เรียกว่าเราส่อง เรามองดูใจของเรา เรียกว่าใจเห็นใจ เมื่อเห็นใจตนแล้ว ก็ตั้งใจเพ่งพิจารณาอยู่เฉพาะใจอันเดียว นี่นักภาวนาต้องเป็นอย่างนี้ เมื่อเราไปจับจุดตรงนั้นได้แล้ว ส่วนกาย วาจา ไม่มีปัญหา ถ้าจับตรงนั้นแล้วไม่มีปัญหา เพราะกายและวาจาอยู่ใต้บังคับของใจ ใจเป็นผู้บัญชาการ ถ้าเราจับใจได้แล้ว เรื่องทั้งหลายก็หมดเรื่องไป ทำแบบนี้พระพุทธเจ้าท่านว่า มีธรรมเป็นกระจกเครื่องส่องตนเอง พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้อย่างนี้ พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ) กระจกเครื่องส่อง แสดง ณ.วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1088 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2569, 19:16:00 » |
|
ทุกข์ในการหาอาหารเลี้ยงชีพนั้น อย่างหนึ่ง ทุกข์ด้วยจิตใจ อย่างหนึ่ง คนรวยทุกข์กว่าคนจน ก็มีถมเถไป ไม่ใช่ว่าคนรวย จะสุขเลยทีเดียว
เหตุนั้น พุทธศาสนา จึงสอนทุกชั้น ทุกหมู่ ทั้งคนจน คนมี ให้มีที่พึ่งทางใจ คือ หัดทำความสงบอบรมใจ ให้มีเวลาพักผ่อน
ถ้าทุกข์กลุ้มใจอย่างเดียว ก็ไม่มีหนทาง จะพ้นจากทุกข์ได้ คนถือพุทธศาสนา ถึงแม้จะทุกข์กาย แต่เขายังเบิกบานใจอยู่ เพราะเขามีที่พึ่งทางใจ"
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1089 เมื่อ: 23 มิถุนายน 2569, 19:28:08 » |
|
ตัวกรรมนั้นเป็นต้นเหตุของทุกข์ ถ้าจะดับทุกข์ก็ต้องดับกรรม อันเป็นต้นเหตุ เมื่อไม่กระทำกรรม คือใจไม่กระทำ มันก็หมดเรื่องกันไป มันก็ดับหมดเท่านั้นแหละ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือเทสรังสีรำลึก
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|