|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1065 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2569, 06:18:41 » |
|
เราเชื่อมั่นแล้วว่า เราทานในวันนี้เดี๋ยวนี้แหละ วันหนึ่งข้างหน้าเราต้องได้รับผลอานิสงส์ที่เราทำ พูดเข้ามาใกล้ๆอีกว่า เราได้เดี๋ยวนี้คือ ใจอิ่มเอิบเบิกบานคือ บุญ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี จากหนังสือธรรมะเล่มที่๕๖
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1066 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2569, 06:00:48 » |
|
สติ เป็นเครื่องระลึกได้ สติ อันนี้แหละระงับเสียซึ่งความโลภอยากได้ของเขา และความทุกข์ใจทั้งหมดในโลก เราจึงควรที่จะรีบเร่งฝึกฝนอบรมไว้ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
|
.
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 พฤษภาคม 2569, 06:02:39 โดย middle spirit »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1067 เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2569, 06:03:35 » |
|
ความชั่วที่ทำไปไม่มีประโยชน์อะไรเลย มีแต่สะสมกิเลส ไม่ใช่การชำระกิเลส กิเลสในที่นี้ นั่นหมายความว่าความยุ่งเหยิง ความวุ่นวาย ความเกี่ยวข้องพัวพัน ความคิดความนึก ความปรุงความแต่งสารพัดทุกอย่าง จิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส จึงได้เพลิดเพลินลุ่มหลงมัวเมา จิต ที่เราชำระสะสางด้วยการชำระเอาของไม่ดีออก ของน่าเกลียด ของสกปรก จึงค่อยละ ค่อยถอนทิ้งไป เมื่อทิ้งของสกปรกออกไปแล้ว ให้รักษาของดีนั้นไว้ อย่าให้ของสกปรกเข้า นี่แหละการรักษาความดีของตน ต้องรักษาอย่างนี้ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ความแก่ 6 ก.ย.2524
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1068 เมื่อ: 31 พฤษภาคม 2569, 05:45:36 » |
|
"ความโลภ มันมิใช่อยู่ที่วัตถุ แต่อยู่ที่ใจ คือความอยาก วัตถุจะมีมากสักเท่าไร ก็ตามแต่ความอยาก มันไม่พอ มันก็ไม่พออยู่ดี นั่นเอง" หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1069 เมื่อ: 02 มิถุนายน 2569, 05:42:51 » |
|
"ถ้าจะชนะโลกได้ ต้องเอาชนะตนเองเสียก่อน ความชนะโลกย่อมไม่มีแก่บุคคลที่ไม่ชนะตนเอง" หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี .
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1070 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2569, 06:22:00 » |
|
ที่วุ่นวายอยู่ ในโลกเรานี้ ก็เพราะ "จิต-ไม่ได้สงบ" อบรมจิตไม่ถึง … มันจึงยุ่ง ถ้าต่างคน ต่างฝึกฝน อบรมจิตของตน ควบคุมจิต ของตนได้แล้ว มันจะมี เรื่องอะไร พระอริยเจ้า แต่ก่อน ท่านอยู่ด้วยกัน ตั้ง ๔๐๐-๕๐๐ องค์ ก็ไม่มีทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งกันและกัน คนเราสมัยนี้ อยู่ด้วยกัน ๒ คนขึ้นไป ก็มีเรื่อง มากคน ก็มากเรื่อง เพราะไม่มีใคร "ควบคุมจิต" ของตนได้น่ะสิ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1071 เมื่อ: 04 มิถุนายน 2569, 06:13:15 » |
|
ธรรม คือ ของจริงของแท้ เป็นแก่นของโลก ธรรม แปลว่า ของเป็นอยู่ ทรงอยู่สภาพตามเป็นจริง เป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น เรียกว่า ธรรม
ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ เป็นธรรมทั้งนั้น เรียก ชาติธรรม ชราธรรม พยาธิธรรม มรณธรรม ทำไมจึงเรียกว่า ธรรม คือ ทุก ๆ คน จะต้องเป็นเหมือนกันหมด
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1072 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2569, 05:48:59 » |
|
ถ้าสงบแล้ว อยู่ในบ้านก็สงบ อยู่วัดก็สงบ อยู่ในป่าในรกก็สงบ อยู่ในถ้ำในเหวก็สงบ สงบหมดทุกหนทุกแห่ง เราสงบคนเดียวเท่านั้นแหละ สิ่งอื่นๆทั้งหมดในโลกอันนี้ มันจะวุ่นวายสักเท่าไร มันก็ไม่เอาเรื่อง เอาถ่าน เรื่องคนอื่นก็เป็นเรื่องของคนอื่น หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1073 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2569, 06:01:12 » |
|
"คนเรา ถ้าหากไม่มีเมตตา หวังดีต่อกันแล้ว มันก็ไม่ผิดแผก จากสัตว์เดรัจฉานเลย เอาแต่ได้ เอาแต่ดีเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่คิดถึงความทุกข์ ความเดือดร้อนของคนอื่น ก็เหมือนสัตว์ทั่วไป เท่านั้นเอง"
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
middle spirit
|
 |
« ตอบ #1074 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2569, 05:47:30 » |
|
ถ้าสติ สมาธิไม่มั่นคง มันก็หลงไปคิดข้องอยู่ใน “กามฉันทะ” มีความรักใคร่ยินดีอยู่ในกาม ถ้าตาเห็นรูปที่ไม่ดี หูได้ยินเสียงที่ไม่เพราะ จิตของเราก็เศร้าหมองขุ่นมัว เรียกว่า “พยาบาท” เจ้าของเพราะว่าไม่มีสติปัญญาจะชำระจิตใจให้สะอาด ถ้าพิจารณาอันใดก็ไม่แจ้งไม่ชัด ดื้อไปหมดอันนี้เรียกว่า “ถิ่นมิทธะ” เมื่อพิจารณาไม่แจ้งไม่ชัดจึงไม่สิ้นความสงสัยได้เรียกว่า “วิจิกิจฉา” คิดข้องอยู่เรื่อย ไปทำบ้างไม่ทำบ้างลูบๆ คลำๆ เรียกว่า “สีลัพพตปรามาส” เพราะว่าจิตมันเกี่ยวเนื่องอยู่ในกาม มันก็เป็นนิวรณ์ข้องอยู่ใน “กามฉันทะ” มีความรักใคร่ยินดีอยู่ในคนในตัว หลงถือเอาไว้ เดี๋ยวมันก็เกิดทุกข์ขึ้น เดี๋ยวมันก็เกิดสุขขึ้น เดี๋ยวมันก็เฉยๆ เดี๋ยวก็จำโน่นจำนี่ จำอคีตอนาคต จำผิดจำถูกเอามาปรุงมาแต่งว่าดีว่าชั่ว มันหมุนกันอยู่เกี่ยวข้องกันอยู่ในกาม จึงได้เรียกว่า “นิวรณ์ห้า” เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกันอยู่ทั้งห้าอย่าง มันจึงไม่โยกคลอน ถอนได้ยากที่สุด “หากว่าจิตมันยังหลงยืดหลงถือว่าตัวกูของกูอยู่แล้วก็แปลว่าจิตของเรายังมีภพมีชาติอยู่ต่อไป เพราะว่าเราไม่ได้แก้ไขกันให้ทันเวลาไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่แก่ไม่เจ็บ” หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี สติควบคุมจิต (๗) แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง พ.ศ.๒๕๑๗
|
.
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|