?>
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
02 มกราคม 2569, 02:28:19 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
 81 
 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2568, 07:38:16 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ถาม :: ทำบุญให้พ่อแม่ผู้ล่วงลับ เขาจะได้รับหรือเปล่า และทำอย่างไรจึงจะทราบได้ว่าผู้นั้นได้รับหรือเปล่า ??

ตอบ :: เรื่องนี้เป็นของพูดยาก เพราะผู้ที่ตายไปแล้วก็ไม่ได้ตอบรับเหมือนเราส่งจดหมายไปหากัน
อนึ่ง บุญนั้นก็มิใช่จะส่งไปได้อย่างพัสดุไปรษณีย์เพราะเป็นของไม่มีตัวตน เป็นความรู้สึกภายในใจว่าบุญที่ตนทำนี้ต้องถึงผู้ตายไปแน่ และเราเชื่อตามคำสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า ทำบุญให้แก่ผู้ตายไปแล้วต้องทำในพระภิกษุผู้มีศีลและเมื่อต้องการอยากจะให้เขาได้บริโภคอาหาร ก็ต้องทำบุญถวายอาหารเมื่อต้องการอยากจะให้เขาได้เครื่องนุ่งของห่ม ก็ถวายผ้าผ่อนเครื่องนุ่งของห่ม แล้วอุทิศกุศลนั้นไปให้แก่เขาเหล่านั้น แล้วของเหล่านั้นก็จะปรากฏแก่เขาเหล่านั้นเองโดยที่ไม่มีใครนำไปให้เขา

“ปุจฉาวิสัชนาในประเทศ”
โดย พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (เทสก์ เทสรํสี) วัดหินหมากเป้ง

 82 
 เมื่อ: 30 ตุลาคม 2568, 06:03:07 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
พุทธศาสนาสอนอย่างนี้
สอนให้หมดไป หมดไป
ความคิดความนึกก็หมดไป
สัญญาอารมณ์วุ่นวี่วุ่นวาย
ส่งส่ายทั้งหมดก็หมดไป
ยังเหลือแต่อันเดียวคือใจ ผู้รู้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๓๖

 83 
 เมื่อ: 29 ตุลาคม 2568, 05:56:45 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ใครจะเป็นองค์พระ เณร เป็นอุบาสก อุบาสิกาได้
ก็จะมีศีลเป็นเครื่องวัด

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๙๐

 84 
 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2568, 05:35:56 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ละอายบาป ไม่ว่าที่ลับ หรือที่แจ้ง
ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง
อยู่คนเดียวก็มีละอายบาป
มันเกิดขึ้นในใจของตน
จึงได้ชื่อว่า หิริโอตตัปปะแท้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๗๔

 85 
 เมื่อ: 27 ตุลาคม 2568, 05:13:16 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ขอให้มีศรัทธา
ทำทานไปเรื่อย ทั้งทานภายนอก ทานภายใน
รักษาศีล คือรักษากาย วาจา และใจ ให้มันเป็นปกติ
หรือรักษาจิตนั่นเอง คอยมีสติปกครองจิตใจ
สิ่งใดไม่ควรคิดก็ไม่คิด สิ่งใดไม่ควรพูดก็ไม่พูด สิ่งใดไม่ควรทำก็ไม่ทำ
เพราะเรามีสติรู้อยู่ว่าเราเป็นผู้มีศีล

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
จากพระธรรมเทศนาเรื่อง สติควบคุมจิต

 86 
 เมื่อ: 25 ตุลาคม 2568, 06:27:42 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ความโลภ ความโกรธ ความหลงนี้
เมื่อเข้าไปหมักหมมดองอยู่ในใจของคนใดแล้ว
ย่อมทำให้ใจ ของคนนั้น เสื่อมคุณภาพลงทุกที

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๕๐

 87 
 เมื่อ: 24 ตุลาคม 2568, 05:52:11 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
พระพุทธศาสนาย่อมเป็นผลดี
นำความสุขมาให้
เฉพาะแต่ผู้ศึกษาให้เข้าใจ
และเลื่อมใสปฏิบัติถูกเท่านั้น
แต่กลับเป็นผลร้ายเกิดความฉิบหาย
แก่ผู้ไม่เข้าใจ ปฏิบัติผิดไม่เลื่อมใส

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๕๑

 88 
 เมื่อ: 23 ตุลาคม 2568, 06:16:28 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เป็นโคจรที่เที่ยว แสวงอารมณ์ของจิต
เมื่อเราปิด คือ สำรวมมีสติระวัง
อย่าให้จิตไปหลงในอารมณ์ทั้ง๖ได้
เป็นอันว่า มารผูกมัดเราด้วยบ่วงไม่ได้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๔๙

 89 
 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2568, 06:01:18 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
#สมถะ_วิปัสสนา
ไปคบค้าสมาคมกับครูบาอาจารย์หลายท่านหลายองค์
องค์นั้นว่าอย่างนั้น องค์นี้ว่าอย่างนี้ ก็เลยลังเลสงสัยไม่ทราบว่าจะเอาอะไรมาเป็นหลัก
ท่านชำนาญทางไหนท่านก็สอนไปตามเรื่องของท่าน ผลที่สุดก็รวมเป็นอันเดียวกัน คือรวมให้จิตเป็นหนึ่งเท่านั้น
การที่จิตรวมเป็นหนึ่งนั่นแหละคือ สมถะ บางสำนักท่านเรียกว่า วิปัสสนา
แต่สมถะยังไม่ทันเป็น จะเรียกว่าวิปัสสนาได้อย่างไร คงจะเป็น วิปัสสนึก หรอกไม่ใช่วิปัสสนา นึกไปคิดไปให้รูปนามเกิดดับเฉย ๆ นี่แหละ ท่านผู้คิดเห็นอย่างนั้น ยังไม่ทันรู้จักเรื่องวิปัสสนาเสียด้วยซ้ำ
วิปัสสนาจริงแล้วไม่ต้องคิด ไม่ต้องนึก ไม่ต้องปรุงแต่ง มันเป็นเอง มันเกิดของมันต่างหาก
เมื่อมันเกิดแล้วจะต้องชัดแจ้งประจักษ์ใน พระไตรลักษณ์ญาณด้วยตัวของตนเองต่างหาก
เหตุนั้นจึงอย่าพากันสงสัย เมื่อหมดความสงสัยในกรรมฐานนั้น มันถึงความเป็นหนึ่ง หมดสงสัยในขั้นนั้น อันนั้นตอนหนึ่งต่างหาก เพราะไม่คิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง จึงหมดสงสัยในขั้นนั้น แต่ความสงสัยลึกกว่านั้นยังมีอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็ขอให้หมดสงสัยไปในขั้นนั้นเสียก่อน ถึงวิปัสสนาก็ไม่หมดสงสัยเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนกัน

โอวาทธรรม
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

 90 
 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2568, 06:10:26 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ผู้มีความละอายต่อบาป กลัวต่อบาป
จะงดเว้นการทำชั่วทุกประการ
เพราะระลึกอยู่ได้เสมอ
จึงละอายและกลัวอยู่เสมอ

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๙๐

หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!