ใครอยู่นี้ นี่ใครอยู่นี่
ท่านอาจารย์มนัสได้ยินเสียงองค์หลวงปู่ก็ตกใจ จึงรีบออกมาจากห้องกุฏิลงมาเปิดไฟดู เห็นองค์หลวงปู่ถือกระโถนอยู่ ที่แผลยังมีเลือดอยู่ มีรอยช้ำระบมตามหน้า ตามแขน ตามไหล่ ท่านอาจารย์มนัสถามองค์ท่านว่า ท่านอาจารย์เป็นอะไร องค์ท่านบอกว่า จะไปกุฏิแต่ไปไม่ถูก ท่านอาจารย์มนัสก็เลยตามไปส่งองค์ท่านที่กุฏิ หายาทา ยาใส่ ตื่นเช้ามาพระเณรค่อยรู้กัน จะพาองค์ท่านไปหาหมอ องค์ท่านก็ไม่ยอมไป ตกลงก็รักษาแบบธรรมดาเอายาทา หาสมุนไพรต้นไม้ใบไม้มาต้มให้องค์ท่านอาบ องค์ท่านก็พูดเป็นปกติ ไม่ทุกข์ร้อนอะไรและไม่บ่นเจ็บบ่นปวดอะไรเลยผู้เราเห็นอาการขององค์หลวงปู่แล้วเจ็บปวดแทนองค์ท่าน ถึงขนาดนั้นองค์ท่านยังไปทำวัตรนั่งสมาธิอยู่ตามเดิม พระเณรพากันกราบนิมนต์ ขอร้องวิงวอนให้องค์ท่านเลิกไปทำวัตรนั่งสมาธิที่ในโบสถ์เพราะเป็นช่วงก่อสร้างอยู่ องค์ท่านไม่ยอม ท่านก็ไปทำขององค์ท่านตามปกติ หลังๆ มาไม่ค่อยเห็นองค์หลวงปู่ไปทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิในโบสถ์เหมือนเก่า เห็นองค์ท่านเลยไปเดินจงกรมที่ข้างกุฏิขององค์ท่านเลยได้โอกาสเวลาสรงน้ำองค์หลวงปู่ท่าน จึงกราบเรียนถามองค์ท่านว่า “ขอโอกาสหลวงปู่ หลวงปู่ไมได้ไปทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิ ที่ในโบสถ์อีกแล้วหรือ” องค์ท่านบอกว่า “ไม่ได้ไปแล้ว” “เพราะเหตุใดหลวงปู่” หลวงปู่ท่านนั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ พระพุทธรูปองค์พระประธาน ซึ่งเป็นพระเก่าแก่โบราณประดิษฐานอยู่ในโบสถ์มาบอกว่า แก่เฒ่าแล้ว ไม่ต้องมาทำที่โบสถ์ดอก ทำที่กุฏิเอาก็ได้ องค์ท่านก็เลยทำตามที่พระพุทธรูปบอก เราดีใจแสนจะดีใจเมื่อได้รู้ว่าองค์หลวงปู่ไม่ไปนั่งสมาธิที่ในโบสถ์อีกเลย สันนิษฐานว่า สมัยองค์หลวงปู่มาอยู่ใหม่ๆ ได้มาพบพระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ร้าง องค์ท่านคงตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะทำวัตรนั่งสมาธิต่อพระพุทธรูปทุกๆ คืน องค์ท่านถึงได้ทำไม่เคยขาด ถึงแก่เฒ่าขนาด หลังๆ มาองค์หลวงปู่ ได้สร้างโบสถ์หลังใหม่ขึ้น แล้วก็อัญเชิญเอาพระพุทธรูปที่เก่าแก่ขึ้นไปเป็นพระประธานในโบสถ์หลังใหม่อีก องค์ท่านก็ตามไปทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิที่โบสถ์ใหม่อีก แต่องค์ท่านก็ไม่ได้เล่าเรื่องตั้งสัจจอธิษฐานให้ฟัง เพียงสันนิษฐานเอาว่า ที่ท่านตั้งใจทำถึงขนาดนั้นคงมีอะไรสักอย่าง ที่เล่ามานี่ คือความตั้งใจและความอดทนขององค์ท่าน มีมากมายหลายๆ เรื่องแต่จะไม่ขอเล่า จะขอเล่าอีกเรื่องหนึ่งในความอดทนขององค์ท่าน สมัยผู้เขียนได้มีโอกาสทำหน้าที่อุปัฏฐากองค์ท่านหลวงปู่บัวพาชั่วระยะหนึ่ง ไม่ได้อยู่อุปัฏฐากรับใช้อยู่เป็นประจำและอยู่นานๆ เหมือนท่านองค์อื่นๆ องค์ท่านนั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ ยุงมันกัดตามแขนตามไหล่ตามหลังด้านผ้าคลุมปิดไม่ถึง ขึ้นตุ่มเหมือนหนังคางคก เพราะยุงตามชานเมืองมากจริงๆ เรากราบเรียนองค์ท่านว่า หลวงปู่นั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ ยุงมันกัดจนเป็นหนังคางคกแล้ว ยุงมันมากขนาดนี้หลวงปู่ทำไมถึงนั่งได้ องค์ท่านบอกว่า “มีแหน่” คือมีบ้างเล็กน้อย ถ้าองค์ท่านบอกมีมากนี้มันจะขนาดไหน เรายังงงเลย ขนาดเราถือว่ามากที่สุดแล้ว แต่องค์ท่านบอกว่ามีแหน่ และอีกครั้งหนึ่งผู้เขียนไปทำข้อวัตรอุปัฏฐากถวายน้ำล้างหน้า ยาสีฟันตอนเช้า เห็นองค์ท่านซักผ้าสบงตากไว้ใหม่ๆ น้ำยังหยดอยู่เลย จึงกราบเรียนองค์ท่านว่า หลวงปู่เป็นอะไรหรือ องค์ท่านบอกว่า ท้องเสีย ถ่ายทั้งคืน ครั้งหลังสุดไปไม่ทันจึงได้ซักผ้าสบง ผู้เขียนมองดูองค์ท่านซูบซีด น้ำเสียงสั่นระรัว อาการหนักมากจนไม่มีแรงจนหูอื้อหมด จึงกราบเรียนองค์ท่านว่า หลวงปู่หมดแรง เหนื่อยมากนะนี่ องค์ท่านก็บอก เหนื่อยแหน่ (เหนื่อยเล็กน้อย) ผู้เขียนเลยถือโอกาสกราบนิมนต์ไม่ให้องค์ท่านไปบิณฑบาต ลูกหลานพระเณรเต็มวัดเต็มวา จะไปบิณฑบาตมาเผื่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์เอง องค์ท่านก็ไม่พูดอะไร เรานำของนำบาตรมาจัดเตรียมที่ศาลาฉัน พอถึงเวลาออกบิณฑบาต เห็นองค์ท่านกำลังคลุมผ้าจะออกบิณฑบาต เพราะเราไม่ได้จัดผ้าไว้ถวายองค์ท่าน นึกว่าองค์ท่านจะไม่ไปบิณฑบาต ผู้เขียนเห็นก็รีบขึ้นไปหาองค์ท่าน กลัดรังดุมลูกดุมถวาย ทั้งกราบวิงวอนไม่ให้องค์ท่านไปบิณฑบาต องค์ท่านก็บอก ไปได้ ไปได้ คำเดียว แต่น้ำเสียงทั้งไม้ทั้งมือยังสั่นอยู่เลย องค์หลวงปู่ท่านมีความอดทน เป็นเลิศจริงๆ จะนั่งทั้งวันก็ไม่เคยบ่นเจ็บแข้งเจ็บขา บ่นว่าเหนื่อย ว่าล้า เลยจริงๆ องค์หลวงปู่เป็นผู้สงเคราะห์ญาติได้ดีด้วย สมัยองค์ท่านยังมีชีวิตอยู่ ลูกหลานขององค์หลวงปู่ที่ท่านได้อบรมสั่งสอน ได้ดิบได้ดีเป็นใหญ่เป็นโต เป็นครูบาอาจารย์ เป็นมหาเปรียญหลายท่าน หลายองค์ องค์หลวงปู่เป็นผู้สงเคราะห์ญาติขึ้น ในปัจจุบันลูกหลานองค์หลวงปู่ที่มีชื่อเสียง เป็นครูบาอาจารย์สืบทอดจากองค์ท่านก็ยังมีหลายองค์ อาทิ
