?>
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
18 มิถุนายน 2569, 05:32:09 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 17 มิถุนายน 2569, 20:16:00 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ทำสิ่งใด ถ้าหากว่าทำดีถูกต้องนั้น
ไม่เป็นเครื่องกระทบกระเทือนทั้งตนและคนอื่น
คือ ไม่ทำความเสียหายแก่ตนและคนอื่น
ไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ตนและทั้งคนอื่นด้วย
นั่นแหละ หลักความดี
         --------------------------------------
ทำไม่รู้จักกาลรู้จักประมาณ คือ ไม่รู้จักพอดีพองาม
ว่าจะเหมาะควรด้วยประการใดๆ
อันนี้ไม่เบียดเบียนคนอื่นจริงอยู่หรอก
แต่เบียดเบียนตนเอง

พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี )
กระจกเครื่องส่อง
แสดง ณ.วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2518

 2 
 เมื่อ: 17 มิถุนายน 2569, 05:32:37 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
จะละจะทิ้งจะถอนอารมณ์อย่างไร
*************************************
เรามาลองคิดดูว่า
ถ้าหากเราไม่คิดจะเป็นอย่างไร เมื่อไม่คิดไม่ปรุงไม่แต่ง มันก็เฉยๆ เท่านั้นเอง
นี่แหละคือตัวกลาง
เมื่อเข้าถึงตัวกลางได้แล้ว ความโกรธ ความไม่พอใจ ความรัก อารมณ์ต่างๆ ก็หลุดออกไปหมด
อันนี้คือวิธีแก้อารมณ์ คือ แยกใจออกจากอารมณ์เสีย แล้วเอาแต่ใจอย่างเดียว
อย่าไปเอาอารมณ์ เท่านี้ก็เป็นว่าแยกได้ทุกสิ่งทุกอย่างหมด ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความชัง ความโกรธเกลียด อิจฉาพยาบาท ความวิตก ความกลัว ความเศร้าโศกคับแค้นใจ ความเพลิดเพลินมัวเมา สรรพกิเลสทั้งปวงหมด ต้องแยกอย่างนี้ ต้องพิจารณาอย่างนี้ จึงจะเข้าถึงตัวใจ เมื่อเข้าถึงใจแล้ว สิ่งทั้งปวงมันก็ถอนรากไปพร้อมกัน ก็หมดเรื่อง

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วิธีแก้อารมณ์ของจิต
แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๔


 3 
 เมื่อ: 15 มิถุนายน 2569, 05:20:39 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
เราเป็นลูกศิษย์ของครูอาจารย์
เราฟังหรือเราปฏิบัติตามที่ท่านสอนไหม
แล้วเราได้อะไรขึ้นมาบ้างพอที่จะอวดตนว่า
เราเป็นลูกศิษย์ของท่าน
เราละชั่วทำดีได้กี่มากน้อย

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 4 
 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2569, 05:18:38 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ถ้าไม่ฝึกหัดใจ
ก็ใจนั่นแหละเป็นทุกข์
ถ้าฝึกหัดใจ
ก็ใจนั่นแหละเป็นสุข

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๒๔

 5 
 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2569, 06:31:08 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
พระพุทธเจ้า ทรงสอนแต่ให้ทำดีด้วยตนเอง
ย่อมได้ผลดีด้วยตนเอง (คือสิ่งที่เป็นมงคล)
ไม่ได้สอนให้คนอื่นทำให้ หรือทำให้คนอื่น

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
๑/๑๐

 6 
 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2569, 05:26:15 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
" ...สำรวมใจให้สงบอยู่ในที่เดียว เรียกว่าภาวนา"

ใจนั้นเรายังไม่ทันรู้จักว่าคืออะไร ตั้งเเต่เกิดจนกระทั่งบัดนี้ยังจับตัวใจไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พูดถึงเรื่องใจอยู่ทุกอย่าง ใจดี ใจร้าย ทุกข์ใจ กลุ้มใจ แต่ก็ยังไม่รู้จักตัวใจ "ใจเป็นของไม่มีตัว แต่รู้สึกนึกคิดได้"

เพราะฉะนั้น ความรู้สึกนึกคิดจับตัวนั้นเสียก่อนอาการของใจคือความรู้สึกนึกคิด เอามาไว้ในที่เดียว ระลึกอยู่ในที่เดียว คิดอยู่ในที่เดียว "คือนึกคิดอยู่ที่ พุทโธ" ตั้งใจให้นึกอยู่ใน "พุทโธ สติคุมให้นึกแน่วอยู่ในพุทโธ" ไม่ให้ส่งไปที่อื่น

ถึงมันจะส่งไปไหนก็ดึงมันมาให้อยู่ จนกระทั่งเราทำอยู่นั้นนาน ๆ หนักเข้ามันจะหายหมดความคิดทั้งหลายที่นึกส่งไปที่อื่น แม้แต่ "พุทโธก็จะหยุดไม่นึก แต่จะสงบอยู่คนเดียวของมันต่างหาก" นี่วิธีทำภาวนาสมาธิมีแค่นี้ ... "

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 7 
 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2569, 06:02:34 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
แท้ที่จริงนั้น แก่นสารของพุทธศาสนา
คือ การปฏิบัติกาย วาจา ใจ ของตนให้บริสุทธิ์
ตามคำสอนของพระพุทธองค์

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
๒๑/๙

 8 
 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2569, 05:48:51 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
"#ทาน_การให้"
"ความเมตตาปรารถนาหวังดี อันนั้นแหละได้ชื่อว่า ให้ทานโดยแท้"
เขาทำทาน เขาปรารถนาหวังดีแก่เรา
เราแผ่เมตตาถึงเขา ก็เรียกว่าให้ทาน ได้ให้น้ำใจเป็นทาน ให้อภัยทาน
นั่นเป็นเครื่องสนองตอบแทนซึ่งกันและกัน
"ทานนั้นมันมีหลายอย่าง เหลือที่จะคณานับ
แต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าหากมีเจตนาหวังดี ปรารถนาความสุขให้กับคนอื่น
อันนั้นให้ชื่อว่าให้ทานโดยแท้
"จะให้ของน้อยก็ดี จะให้ของมากก็ดี ให้ของหยาบของละเอียดไม่เป็นปัญหา
ด้วยเจตนานั้นเป็นของใหญ่ เป็นของมากเอง ทานจึงค่อยมีประโยชน์อย่างนี้
ทานนั้นเป็นเครื่องบำรุงน้ำใจให้คนใกล้ชิดสนิท .. "

ธรรมโอวาท
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

 9 
 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2569, 06:22:22 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ถ้าเรารักตนของเราอย่างแท้จริงแล้ว
ก็ให้มีสติปกครองจิตไว้ไม่ให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่วใส่ตัวเรา
ก็เป็นคนคี ดีไปหมดทุกอย่าง มีทาน ศีล ภาวนา แสวงหาทางออกจากทุกข์
มันถึงจะเป็นคนผู้รักตนอย่างแท้จริง
และไม่ใช่รักแต่คนเดียวยังรักบิดามารดา รักครูบาอาจารย์ด้วย
เราเป็นคนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบฝึกฝนอบรมกาย วาจา จิตของเราดีแล้ว
ก็แปลว่าผู้นั้นเป็นผู้รักษาพระศาสนาของพระพุทธเจ้าไว้ให้มั่นคงถาวรอยู่
ได้ไม่ให้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสื่อมสูญไป
เพราะว่าพระองค์ทรงบัญญัติพระธรรมไว้ให้เอามาประพฤติ
ปฏิบัติกาย วาจา จิตของเรา ไม่ให้มัวเมาหลงใหลอยู่กับกิเลสตัณหานี้จนเกินไป
 ทรงสอนให้เรามีสติมองเข้ามาดูจิตมันติดข้องที่ไหน
เราจะได้แก้ไขตรงที่มันติดข้องอยู่นั้น เพื่อให้มันล่วงลงถึงใจดวงเดิมได้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
สติควบคุมจิต(๖)
แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง พ.ศ.๒๕๑๗

 10 
 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2569, 05:22:39 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
จงละอารมณ์ที่ยังไม่มาถึงนั้นเสีย เพราะสิ่งที่ยังมาไม่ถึงก็เป็นอนาคต
อารมณ์ที่ล่วงไปแล้วก็ เป็นอดีตไป
อารมณ์ที่เกิดอยู่ในเดี๋ยวนี้ก็ไม่ควรยึดถือเอา

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!