?>
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
07 มีนาคม 2569, 12:36:11 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:16:51 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
พระพุทธศาสนามิได้สอนให้ถือ
แต่สอนให้ปฏิบัติตาม
คือ ทำกรรมดีย่อมได้ผลดี
คือ ความสุขด้วยการกระทำของตนเอง
ทำกรรมชั่วได้ผลชั่ว
คือ ความทุกข์ด้วยการกระทำของตนเอง
มิใช่คนอื่น เทวบุตร เทวดา อินทร์ พรหม
และพระเจ้าที่ไหนจะมาบันดาลไห้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
( พระพุทธศาสนาเสื่อมได้อย่างไร รหัส 4 หน้า 257)

 2 
 เมื่อ: 06 มีนาคม 2569, 05:17:41 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
พิจารณาให้มันเห็นประโยชน์ ความสงบ
ให้เห็นโทษความวุ่นวาย ความเดือดร้อน
ก็จะเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๘๔

 3 
 เมื่อ: 05 มีนาคม 2569, 04:38:55 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ผู้นับถือศาสนาโดยความเลื่อมใสใจจริง
จิตใจเป็นพุทธมามกะที่แท้จริงแล้ว
ความชั่วต่างๆ ที่เคยประพฤติมาแต่ก่อนเก่า
สามารถลดละให้หมดสิ้นไปได้
ด้วยการเข้าถึงพระรัตนตรัย
จึงว่าการนับถือพระรัตนตรัย
เป็นประโยชน์แก่ตน

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๓๗

 4 
 เมื่อ: 04 มีนาคม 2569, 06:12:25 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
วันนี้จะอธิบายหลักธรรมใหญ่ๆของพระพุทธศาสนาสักสามข้อ ไว้เป็นเครื่องพิจารณาต่อไป
      ข้อ 1. ให้ละความชั่วทั้งหมด
      ข้อ 2  ให้ประกอบแต่ความดีที่มีประโยชน์แก่ตนและคนอื่น
      ข้อ 3  ให้ชำระใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว
คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแม้ในอดีต ในอนาคต ก็รวมลงมา 3 ข้อนี้เท่านี้
เมื่อเราปฏิบัติให้ถูกต้องตามนี้แล้ว ได้ชื่อว่าปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
ไม่ต้องคอยพระศรีอริยะเมตไตร หรือองค์ไหนๆมาเกิดแล้วจึงจะปฏิบัติตาม
     ธรรม 3 ข้อ
       กล่าวโดยปริยัติ คือ
          ละชั่วด้วยกาย วาจาและใจ  และประกอบความดีด้วย กาย วาจา และใจ
          มิใช่ละชั่วแล้วอยู่เฉยๆ แล้วก็อยู่อย่างนั้นไม่ได้
          ไม่ทำอย่างใดก็อย่างหนึ่ง   หรืออาจทำชั่วอีกก็ได้
          ฉะนั้น จึงสอนให้ทำใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เพื่อใจจะได้ไม่กลับมาทำชั่วอีกต่อไป
      ถ้าโดยทางปฏิบัติแล้ว 
          ต้องทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้วปราศจากอกุศลบาปกรรมทั้งหมดเสียก่อน
          จึงจะละบาปทั้งปวงได้ เพราะใจเป็นผู้สั่งงานให้ กาย วาจา  กระทำ ใจเป็นผู้
          งดเว้นบาปทั้งปวงแล้ว กาย วาจา ก็งดเว้นด้วยกัน  คนเราที่มีการเคลื่อนไหวได้
          ถ้าใจไม่มีเสียอย่างอย่างเดียว (คือคนตายแล้ว) กาย วาจา อันนี้ก็เคลื่อนไม่ได้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
ปุจฉาวิสัชนาในต่างประเทศ
ณ.ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 19

 5 
 เมื่อ: 03 มีนาคม 2569, 07:34:30 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
คนเรา จิตสงบเสียอย่างเดียวแล้ว
บาปกรรม ก็ไม่ทำให้เกิดขึ้น
กิเลส ความยุ่งวุ่นวายทั้งปวงหมด
เราสละไปได้ เรียกว่าเรา ทาน
เมื่อจิตอยู่ปกติตามสภาพเดิม
ไม่คิดส่งส่ายก็เรียกว่าศีล

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่ ๔๖

 6 
 เมื่อ: 02 มีนาคม 2569, 06:14:35 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
โมหะ มิใช่ไม่รู้ทั้งหมด
โดยเฉพาะความร้อน โมหะก็ยังรู้ว่าร้อนอยู่
และเหตุให้เกิดความร้อน ก็รู้อยู่เหมือนกัน
แต่ไม่ยอมละเหตุนั้น
เรียกว่า “ รู้แล้วไม่ยอมละ”
ยิ่งเกิดมานะเพิ่มกิเลสขึ้นมาอีก
ใครมีมาก ความร้อนและทุกข์ก็มีมาก
ใครมีน้อย ความร้อยและทุกข์ก็มีน้อย

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
ธาตุ ขันธ์ อายตนะ สัมพันธ์ รหัส 4 หน้า 122)

 7 
 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2569, 05:51:25 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ความสุขทางพุทธศาสนา
ไม่ได้สอนถึงเรื่องวัตถุ
วัตถุนั้นเป็นเพียงเราอาศัย
ความสุขที่แท้จริง คือ ความสุขที่ไม่มีอามิส
ได้แก่สันติสุข สุขด้วยความสงบ

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมเล่มที่๗

 8 
 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2569, 05:43:37 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
กิเลส เป็นอาการของ จิต
ใจผ่องใสสะอาดแล้ว
กิเลสจะแสดงอาการใดๆออกมา
ใจย่อมทราบชัดด้วยตนเอง
แล้วก็กำจัดด้วยปัญญาอันบริสุทธิ์
ซึ่งมีความสงบเป็นรากฐาน

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
(สติปัฏฐานภาวนา รหัส 5 หน้า 42)

 9 
 เมื่อ: 26 กุมภาพันธ์ 2569, 05:51:20 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
คราวนี้ ถ้าหากเราพิจารณาเห็นเป็น
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่เข้าไปยึดมาเป็นของตนเป็นตัว
เห็นเป็นจริงตามสภาพของมัน มันก็ยิ่งสบายใหญ่
แม้ทุกขเวทนาจะปรากฏ มันก็สักแต่ว่าปรากฏแล้วผ่านไป
จิตใจเราไม่ได้เข้าไปยึด
นอกจากนั้นอีก ถ้าหากใจของเรามีกำลังพอกล้าหาญ
จิตสงบลงได้เลย จนกระทั่งไม่ปรากฏอีก
เวทนาหายไปได้โดยเด็ดขาดเหมือนกัน

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
(บทสนทนา รหัส 7 หน้า 191)

 10 
 เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2569, 05:11:53 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ควรแก่การปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่งการที่เรามาเข้าใจใน ธรรม
และเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
พากันน้อม กาย วาจา ใจ
ตั้งหน้าฝึกหัดปฏิบัติธรรม
นับว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ไพศาล

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๑๒

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!