?>
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
17 เมษายน 2569, 04:03:26 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 87
1  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 16 เมษายน 2569, 06:10:29
การทำทานไม่ใช่ของต่ำตื้น
แท้จริงการทำทานเป็นปัจจัย
สำหรับขั้นต้นของพุทธศาสนา
พุทธศาสนาที่จะตั้งมั่นถาวรอยู่ได้
ต้องอาศัยปัจจัย๔คือทานนี่แหละ

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๖๑

2  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 15 เมษายน 2569, 06:01:17
แท้ที่จริงจิตใจของเราเป็นของใสสะอาดบริสุทธิ์
แต่เราไปยึดเอาความโลภ ความโกรธ ความหลง
มาใส่มันเลยขุ่นมัวไปหมด

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๗๑
3  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 14 เมษายน 2569, 05:12:49
ทำความดีแล้วให้รู้จักคุณค่า
อย่าให้มันเสื่อมสูญไป
รักษาความดีนั้นไว้
ได้มากน้อยเท่าไร รักษาไว้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๗๕
4  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 13 เมษายน 2569, 05:37:26
ผู้ปฏิบัติงาน
จะต้องปลูกฝังความพอใจในงานที่สุจริตที่ตนลงมือทำนั้น
ประกอบด้วยเหตุผลที่เป็นสุจริตธรรม
จะไม่ด่วนทำด้วยความประมาท

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
5  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 12 เมษายน 2569, 06:30:34
เราทำบุญ  โดย
สร้างกุศลจิต
สร้างจิต ที่ ผ่องใสมีคุณงามความดี
เป็นจิตไม่ตระหนี่เหนียวแน่น 
ไม่เกิดโทสะ
ไม่เกิดมานะทิฐิ
จิตไม่ประกอบด้วยกิเลส
จึงเป็นบุญมหาศาล หาค่ามิได้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๕
6  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 11 เมษายน 2569, 06:01:04
"ทำบุญ ทำทาน ทำกุศล "
ถาม ทำบุญอะไร มากและน้อยอย่างไร จึงจะได้บุญมาก
ตอบ ทำบุญอย่างหนึ่ง ทำทานอย่างหนึ่ง ทำกุศลอย่างหนึ่งไม่เหมือนกัน
แต่ลงที่ เจตนาอันเดียวเป็นรากฐาน
ทำบุญ นั้น มีเจตนาศรัทธาเป็นทุนก่อน จะมีวัตถุหรือไม่ก็ตาม ศรัทธานั้นเต็มเปี่ยมบริบูรณ์อยู่ในใจแล้ว ยิ่งมีวัตถุสิ่งของเป็นเครื่องแสดงให้ไปก็ยิ่งเพิ่มศรัทธาขึ้นเป็นทวีคูณ นี่เรียกว่า บุญ บุญคือ ความยินดีในสิ่งที่ตนให้แล้วเกิดเต็มเปี่ยมขึ้นมาในใจ
ทำทาน นั้น จะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม คิดจะให้แล้วก็ให้ไปเลย ไม่ว่าสิ่งของอะไรทั้งหมด ถ้ามีเจตนาศรัทธาเลื่อมใสในบุคคลผู้รับและสิ่งที่ตนให้นั้น หรือเอ็นดูต่อบุคคลผู้รับนั้นแล้วให้ไปเรียกว่า ทาน สมดังคำว่า ทานํ เทติ เทก็หมายความว่า เทให้ ทอดให้ ให้สิ่งของจึงเรียกให้
สรุปได้ว่า
ทำทาน คือ ให้สิ่งของพัสดุนั้นไม่ว่ามากหรือน้อยหยาบหรือละเอียด ไม่ปรารถนาผลตอบแทน แต่มีเมตตาจิตเป็นพื้นฐาน แม้ที่สุดให้ด้วยแก้ความรำคาญ เรียกว่าทำทาน
การทำบุญนั้น ต้องมีเจตนาศรัทธาเป็นพื้นฐาน ก็การให้นั่นแหละ เรียกว่า ทำบุญ จะให้สิ่งของอะไรมากและน้อย หยาบและละเอียดก็ตาม ให้แล้วหวังผลตอบแทน เช่น ปรารถนาว่าด้วยอำนาจอานิสงส์ที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญแล้วในครั้งนี้ ขอให้ได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ เป็นต้น
การกุศล นั้นคือ ทำบุญทำทานนั่นเอง แต่เป็นกุศโลบายของท่านผู้รู้ทั้งหลายที่จะให้พ้นจากความยากและความหิวทั้งปวงทำไปเพื่อให้ใจผ่องใสสะอาดไม่พึงปรารถนาสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่จิตคิดจะทำภาวนาสมาธิก็เช่นเดียวกัน
ทำบุญ ทำทาน ทำกุศล ไม่ว่ามากหรือน้อย วัตถุมิใช่ตัวบุญแท้ ตัวบุญแท้มันเกิดที่หัวใจ คือ เจตนาของบุคคลนั้นต่างหาก
ถ้าเจตนาศรัทธาในขณะใด ในบุคคลใด ในสถานที่ใด ในที่นั้นๆ ได้บุญมาก
ฉะนั้น บุญในพุทธศาสนานี้ คนทำจึงไม่รู้จักหมดจักสิ้นสักที
พระพุทธเจ้าตรัสเทศนาไว้สองพันกว่าปีแล้วว่า ทำบุญได้บุญเช่นไร
มาในปัจจุบันนี้หรือในอนาคต ต่อไปก็ได้อย่างนั้นเช่นเคย
คนทำบุญมากเท่าไรก็จะได้บุญมากเท่าที่ตนนั้นสามารถจะรับเอาไปได้
เหมือนกับคนนับเป็นหมื่นๆ แสนๆ
ถือเทียนมาคนละเล่มไปขอจุดจากผู้ที่มีเทียนที่จุดอยู่แล้ว
ย่อมได้แสงสว่างตามที่ตนมีเทียนเล่มโตหรือเล่มเล็ก
ส่วนดวงเดิมที่ตนขอจุดต่อนั้นก็ไม่ดับเทียน
หลายดวงยิ่งเพิ่มแสงสว่างยิ่งๆ ขึ้นไปอีก
โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
7  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 10 เมษายน 2569, 05:37:23
พระพุทธเจ้าทรงสอนถึงที่สุดของใจ
แต่ว่าเรายังทำไม่ถึง
เราจึงต้องพยายามฝึกหัด
อบรมใจของตนให้มันถึงที่สุด
มันจึงจะถึงที่สุดของพุทธศาสนา
จึงจะเรียนพุทธศาสนาได้หมด

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มทีา๓๔
8  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 09 เมษายน 2569, 06:45:20
สติ ตัวนี้ เป็นของสำคัญมาก
           เป็นหลักฐานของการภาวนา
           เป็นหลักฐานของพุทธศาสนาทั้งหมด
           เป็นหลักฐานของคุณงามความดีทั้งนั้น

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมเล่มที่๘๔
9  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 08 เมษายน 2569, 06:02:33
เรื่องบุญเรื่องกุศลมันไม่มีตนไม่มีตัว มันปรากฏที่ใจ ประทับอยู่ที่ใจ
กรรมทางดีและชั่ว ถ้าหากเราทำไว้แล้ว มันแยกบัญชีกัน..
แล้วแต่ใครจะต้องการอ่านบัญชีไหนก่อน บัญชีดีก่อน หรือบัญชีชั่วก่อนท่านอุปมาเหมือนเปรียบเทียบ กรรม คือความดีและความชั่วที่เราทำไว้ เหมือนกับสุนัข 2 ตัวไล่เนื้อ ถ้าตัวไหนฝีเท้ามันดีมันทันก่อน ตัวฝีเท้าไม่ดีมันจะไปทันทีหลัง

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
ปุจฉาวิสัชนาในต่างประเทศ
10  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 07 เมษายน 2569, 06:07:44
จิต คือ ผู้นึกปรุงแต่งสัญญาอารมณ์ต่าง ๆ
กิเลส เครื่องเศร้าหมอง คือจิตที่ไปยึดเอาอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากจิตมาเป็นของตัว
สติ คือ ผู้ควบคุมจิตไม่ให้หลงไปยึดเอาอารมณ์ต่าง ๆ มาเป็นของตัว

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
อายตนะหก (๑)
แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง
๑๐ กันยายน ๒๕๒๕
11  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 06 เมษายน 2569, 05:50:14
ความโลภ ความโกรธ ความหลง เอาเป็นเครื่อง
บูชาพระพุทธเจ้า บูชาพระธรรม บูชาพระสงฆ์
ได้บุญมากทีเดียว ได้อานิสงส์มากทีเดียว
นี่ ปฏิบัติบูชาเป็นอย่างนี้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๖๘
12  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 04 เมษายน 2569, 08:24:43
ความจริงพระพุทธรูปมิใช่ของขลัง
แต่เป็นพยานให้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าต่างหาก
คนถือของขลังอะไรๆก็เลยเป็นของขลังไปหมด
กระทั่งก้อนอิฐก้อนปูน ก้อนหินเป็นของขลังไปทั้งนั้น
ถ้าพุทธาภิเษกแล้วขังทั้งนั้น..การปลุกเสกเป็นเรื่องของทางไสยศาสตร์
พุทธศาสนาไม่มี เราเลื่อมใสแล้วกราบไหว้ไปเถิด ได้บุญทั้งนั้น

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
ปุจฉาวิสัชนาในต่างประเทศ

13  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 03 เมษายน 2569, 05:32:09
ต้องเห็นบาปในใจของเราเสียก่อน
คือ ความชั่ว พอคิดชั่วเท่านั้น
ก็รู้ตัว แล้วรีบแก้ไข
อย่าให้คนอื่นทันเห็น
อย่างนี้จึงได้ชื่อว่า
ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๕๒
14  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 02 เมษายน 2569, 05:38:26
ปริยัติ - ปฏิบัติ - ปฏิเวธ เป็นหลักสำคัญในพระพุทธศาสนา
         --------------------------------------
ปริยัติ : เป็นชื่อเรียกคำสอนทั้งปวงที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
ปฏิบัติ : ปฎิบัติตนตามนัยที่พระองค์ทรงสอนไว้
ปฏิเวธ : เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาเองภายในใจของผู้ปฏิบัติ เป็นของแต่ละบุคคลไม่ใช่ของเกิดได้ในสาธารณะทั่วไป
ทีนี้จะพูดถึงหลักความจริงแล้วมันจะกลับกันจากความเข้าใจของคนทั่วไป คือ ปริยัติ เกิดมาจากปฏิเวธ ปฏิเวธ เจะเกิดได้เพราะปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติก็ไม่ถึงปฏิเวธ ไม่มีปฏิเวธ เมื่อไม่มีปฏิเวธ คือไม่รู้แจ้งเห็นจริงก็บัญญัติไม่ถูก ( บัญญัติ ก็คือปริยัติ ) บัญญัติไม่ถูกก็ไม่มีปริยัติ เมื่อพูดตามความเป็นจริงแล้วมันต้องเป็นอย่างนั้น
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย
ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ(๑)
แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง
๘ ธันวาคม ๒๕๑๖
15  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 01 เมษายน 2569, 06:17:55
พวกเราไม่เข้าใจความจริง
ในพระพุทธศาสนา
ปฏิบัติผิดๆ เข้ากับกิเลสของตน
ก็เหมือนกับช่วยบ่อนทำลาย
พระศาสนาคนละนิดคนละหน่อย
คนละด้าน คนละทาง เช่นนี้แล้ว
จะไม่เป็นบาปมากหรือ

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๘๐
หน้า: [1] 2 3 ... 87
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!