แสดงกระทู้
|
|
หน้า: [1] 2 3 ... 91
|
|
4
|
ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี )
|
เมื่อ: 21 มิถุนายน 2569, 19:16:00
|
|
ทุกข์ในการหาอาหารเลี้ยงชีพนั้น อย่างหนึ่ง ทุกข์ด้วยจิตใจ อย่างหนึ่ง คนรวยทุกข์กว่าคนจน ก็มีถมเถไป ไม่ใช่ว่าคนรวย จะสุขเลยทีเดียว
เหตุนั้น พุทธศาสนา จึงสอนทุกชั้น ทุกหมู่ ทั้งคนจน คนมี ให้มีที่พึ่งทางใจ คือ หัดทำความสงบอบรมใจ ให้มีเวลาพักผ่อน
ถ้าทุกข์กลุ้มใจอย่างเดียว ก็ไม่มีหนทาง จะพ้นจากทุกข์ได้ คนถือพุทธศาสนา ถึงแม้จะทุกข์กาย แต่เขายังเบิกบานใจอยู่ เพราะเขามีที่พึ่งทางใจ"
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง
|
|
|
|
|
5
|
ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี )
|
เมื่อ: 20 มิถุนายน 2569, 19:29:12
|
|
ถ้าหากเป็นนักภาวนากันจริงๆ จังๆ มีสติคุ้มครองรักษาจิต จะคิดดีคิดชั่วคิดหยาบละเอียด ส่งส่ายไปตามอารอายตนะสัมผัสก็ต่าง ๆ จะต้องส่องดูว่า อันนี้มันคิดดี คิดชั่วเราก็รู้จัก หยาบและละเอียดเราก็รู้จัก ส่งส่ายไปตามอายตนะหลายเราก็รู้จัก ว่าเป็นไปเพื่อสะสมกิเลส หรือเป็นไปเพื่อได้ความรู้ความฉลาดเกิดอุบายปัญญา ตามรู้ตรมเห็นอยู่ตลอดกาลเวลา และก็ตามชำระอยู่ทุกขณะ ที่เรียกว่าเราส่อง เรามองดูใจของเรา เรียกว่าใจเห็นใจ เมื่อเห็นใจตนแล้ว ก็ตั้งใจเพ่งพิจารณาอยู่เฉพาะใจอันเดียว นี่นักภาวนาต้องเป็นอย่างนี้ เมื่อเราไปจับจุดตรงนั้นได้แล้ว ส่วนกาย วาจา ไม่มีปัญหา ถ้าจับตรงนั้นแล้วไม่มีปัญหา เพราะกายและวาจาอยู่ใต้บังคับของใจ ใจเป็นผู้บัญชาการ ถ้าเราจับใจได้แล้ว เรื่องทั้งหลายก็หมดเรื่องไป ทำแบบนี้พระพุทธเจ้าท่านว่า มีธรรมเป็นกระจกเครื่องส่องตนเอง พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้อย่างนี้ พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ) กระจกเครื่องส่อง แสดง ณ.วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
|
|
|
|
|
8
|
ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี )
|
เมื่อ: 17 มิถุนายน 2569, 20:16:00
|
|
ทำสิ่งใด ถ้าหากว่าทำดีถูกต้องนั้น ไม่เป็นเครื่องกระทบกระเทือนทั้งตนและคนอื่น คือ ไม่ทำความเสียหายแก่ตนและคนอื่น ไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ตนและทั้งคนอื่นด้วย นั่นแหละ หลักความดี -------------------------------------- ทำไม่รู้จักกาลรู้จักประมาณ คือ ไม่รู้จักพอดีพองาม ว่าจะเหมาะควรด้วยประการใดๆ อันนี้ไม่เบียดเบียนคนอื่นจริงอยู่หรอก แต่เบียดเบียนตนเอง พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ) กระจกเครื่องส่อง แสดง ณ.วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2518
|
|
|
|
|
9
|
ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี )
|
เมื่อ: 17 มิถุนายน 2569, 05:32:37
|
|
จะละจะทิ้งจะถอนอารมณ์อย่างไร ************************************* เรามาลองคิดดูว่า ถ้าหากเราไม่คิดจะเป็นอย่างไร เมื่อไม่คิดไม่ปรุงไม่แต่ง มันก็เฉยๆ เท่านั้นเอง นี่แหละคือตัวกลาง เมื่อเข้าถึงตัวกลางได้แล้ว ความโกรธ ความไม่พอใจ ความรัก อารมณ์ต่างๆ ก็หลุดออกไปหมด อันนี้คือวิธีแก้อารมณ์ คือ แยกใจออกจากอารมณ์เสีย แล้วเอาแต่ใจอย่างเดียว อย่าไปเอาอารมณ์ เท่านี้ก็เป็นว่าแยกได้ทุกสิ่งทุกอย่างหมด ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความชัง ความโกรธเกลียด อิจฉาพยาบาท ความวิตก ความกลัว ความเศร้าโศกคับแค้นใจ ความเพลิดเพลินมัวเมา สรรพกิเลสทั้งปวงหมด ต้องแยกอย่างนี้ ต้องพิจารณาอย่างนี้ จึงจะเข้าถึงตัวใจ เมื่อเข้าถึงใจแล้ว สิ่งทั้งปวงมันก็ถอนรากไปพร้อมกัน ก็หมดเรื่อง หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วิธีแก้อารมณ์ของจิต แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๔
|
|
|
|
|
13
|
ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี )
|
เมื่อ: 12 มิถุนายน 2569, 05:26:15
|
|
" ...สำรวมใจให้สงบอยู่ในที่เดียว เรียกว่าภาวนา"
ใจนั้นเรายังไม่ทันรู้จักว่าคืออะไร ตั้งเเต่เกิดจนกระทั่งบัดนี้ยังจับตัวใจไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พูดถึงเรื่องใจอยู่ทุกอย่าง ใจดี ใจร้าย ทุกข์ใจ กลุ้มใจ แต่ก็ยังไม่รู้จักตัวใจ "ใจเป็นของไม่มีตัว แต่รู้สึกนึกคิดได้"
เพราะฉะนั้น ความรู้สึกนึกคิดจับตัวนั้นเสียก่อนอาการของใจคือความรู้สึกนึกคิด เอามาไว้ในที่เดียว ระลึกอยู่ในที่เดียว คิดอยู่ในที่เดียว "คือนึกคิดอยู่ที่ พุทโธ" ตั้งใจให้นึกอยู่ใน "พุทโธ สติคุมให้นึกแน่วอยู่ในพุทโธ" ไม่ให้ส่งไปที่อื่น
ถึงมันจะส่งไปไหนก็ดึงมันมาให้อยู่ จนกระทั่งเราทำอยู่นั้นนาน ๆ หนักเข้ามันจะหายหมดความคิดทั้งหลายที่นึกส่งไปที่อื่น แม้แต่ "พุทโธก็จะหยุดไม่นึก แต่จะสงบอยู่คนเดียวของมันต่างหาก" นี่วิธีทำภาวนาสมาธิมีแค่นี้ ... "
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
|
|
|
|
|
15
|
ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี )
|
เมื่อ: 10 มิถุนายน 2569, 05:48:51
|
|
"#ทาน_การให้" "ความเมตตาปรารถนาหวังดี อันนั้นแหละได้ชื่อว่า ให้ทานโดยแท้" เขาทำทาน เขาปรารถนาหวังดีแก่เรา เราแผ่เมตตาถึงเขา ก็เรียกว่าให้ทาน ได้ให้น้ำใจเป็นทาน ให้อภัยทาน นั่นเป็นเครื่องสนองตอบแทนซึ่งกันและกัน "ทานนั้นมันมีหลายอย่าง เหลือที่จะคณานับ แต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าหากมีเจตนาหวังดี ปรารถนาความสุขให้กับคนอื่น อันนั้นให้ชื่อว่าให้ทานโดยแท้ "จะให้ของน้อยก็ดี จะให้ของมากก็ดี ให้ของหยาบของละเอียดไม่เป็นปัญหา ด้วยเจตนานั้นเป็นของใหญ่ เป็นของมากเอง ทานจึงค่อยมีประโยชน์อย่างนี้ ทานนั้นเป็นเครื่องบำรุงน้ำใจให้คนใกล้ชิดสนิท .. " ธรรมโอวาท หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
|
|
|
|
|