?>
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
13 ตุลาคม 2569, 08:59:48 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 97
1  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:35:07
ศาสนาเป็นของดีแต่ผู้สอนเข้าใจผิด สอนผิดๆ ถูกๆ เลยทำให้คนเข้าใจผิดไปตาม และทำให้คนไม่อยากปฏิบัติตาม ดังได้อธิบายแล้วในมรรควิถีซึ่งเป็นข้อปฏิบัติอันไม่เลวเลย ถ้าปฏิบัติถูกตามนั้น เพราะอ้างหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ชี้ให้เห็นอย่างง่ายๆ แล้วก็ปฏิบัติได้ทุกคนด้วย
พุทธศาสนาเป็นของดีมีเหตุผลเพียงพอควรแก่ปัญญาชนจะพิสูจน์ได้ เหตุนั้นพุทธศาสนาจึงตั้งมานาน ๒๕๒๐ กว่าปีมาแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดาย ผู้สอนเข้าใจผิดเลยสอนผิด ๆ ถูก ๆ เช่นสอนกรรมฐานกลัวจะเป็นบ้า คนที่ไม่เข้าใจก็กลัวไม่อยากปฏิบัติ แท้จริงพุทธศาสนาสอนคนบ้าอยู่แล้วให้กลับเป็นคนดี คนที่เลวๆ อยู่นั้นกลับเป็นปราชญ์ขึ้นมาได้ เช่นพระองคุลีมาลเที่ยวอาละวาดผู้คนตายไปตั้งพันแล้ว ไม่มีใครกล้าไปปราบได้เลยพระพุทธเจ้ากล้าปราบโดยปราศจากอาวุธใดๆ ทั้งสิ้นให้กลับเป็นคนดีมาบวชในศาสนาของพระองค์ ได้เป็นตัวอย่างพุทธศาสนาสอนคนบ้าอยู่แล้ว คือ บ้าในกามคุณห้า บ้ากิเลส จนลืมตัวหลงทำความชั่วต่างๆนานา พวกเหล่านี้เห็นผิดเป็นถูกบ้าทั้งนั้น พุทธศาสนาสอนให้รู้ตัวมีสติระวังสังวรทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่าให้เกิดโทษ มันจะเป็นบ้าได้อย่างไร
วันนี้จะอธิบายหลักธรรมใหญ่ๆ ของพุทธศาสนาสักสามข้อไว้เป็นเครื่องพิจารณาต่อไป
ข้อ ๑. ให้ละความชั่วทั้งหมด
ข้อ ๒. ให้ประกอบแต่ความดีที่เป็นประโยชน์แก่ตนและคนอื่น
ข้อ ๓. ให้ชำระใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว
คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแม้ในอดีต ในอนาคต ก็รวมลงมา ๓ ข้อเท่านี้ เมื่อเราปฏิบัติให้ถูกต้องตามนี้แล้ว ได้ชื่อว่าปฏิบัติตามคำสอนของพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ไม่ต้องไปคอยให้พระศรีอาริยะเมตไตร หรือองค์ไหนๆ มาเกิดแล้วจึงจะปฏิบัติตาม
ธรรม ๓ ข้อกล่าวโดยปริยัติคือ ละชั่วด้วยกาย วาจา และใจ และประกอบความดีด้วย กาย วาจา ใจ มิใช่ละชั่วแล้วอยู่เฉยๆ แล้วก็อยู่อย่างนั้นไม่ได้ ไม่ทำอย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรืออาจทำชั่วอีกก็ได้ ฉะนั้นจึงสอนให้ทำใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องเพื่อใจจะได้ไม่กลับมาทำชั่วอีกต่อไป
ถ้าโดยทางปฏิบัติแล้ว ต้องทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ่วปราศจากอกุศลบาปธรรมทั้งหมดเสียก่อนจึงจะละบาปทั้งปวงได้ เพราะใจเป็นผู้สั่งงานให้ กาย วาจา กระทำ ใจเป็นผู้งดเว้นบาปทั้งปวงแล้ว กาย วาจา ก็งดเว้นด้วยกัน คนเราที่มีการเคลื่อนไหว กาย วาจา อยู่นี้ เพราะใจจึงเคลื่อนไหวได้ ถ้าใจไม่มีเสียอย่างเดียว (คือคนตายแล้ว) กาย วาจา อันนี้ก็เคลื่อนไม่ได้
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
คัดมาจากหนังสือปุจฉา-วิสัชนาในต่างประเทศ
2  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 12 ตุลาคม 2569, 06:37:00
#ของไม่มี ก็เป็นอาลัยอาวรณ์
#ให้มันมีขึ้นมา #มันมีแล้ว ก็เป็นอาลัยอาวรณ์
มันก็หมดเรื่องนะซี
ไม่ทราบจะทำอย่างไร
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๓๕

3  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 11 ตุลาคม 2569, 06:22:18
#ธรรมไม่มีเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดหรอก
ธรรมะอันเดียวกันนั่นแหละ ถ้าหากสติอ่อนเมื่อไรก็เป็นเบื้องต้นเมื่อนั้น
สติแก่กล้าเมื่อไร ก็เป็นท่ามกลาง และที่สุดเมื่อนั้น คือหมายความว่า สติคุมจิต อยู่ทุกขณะ จนกระทั่งเป็นมหาสติปัฏฐาน จะยืน เดิน นั่ง นอน ในอิริยาบถใด ๆ ทั้งหมด
มีสติรอบตัวอยู่เสมอโดยที่ไม่ได้ตั้งใจให้มีสติ
แต่มันเป็นของมันเอง สติควบคุมจิตไปในตัว
เมื่อมีสติเช่นนั้น มันก็ไม่เกี่ยวข้องพัวพันกันกับสิ่งต่าง ๆ
เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง ลิ้นลิ้มรสต่าง ๆ กายได้สัมผัส มันก็เป็นสักแต่ว่าสัมผัส แล้วก็หายไป ๆ
ไม่ได้เอามาเป็นอารมณ์ ไม่เอามาคำนึงถึงใจ
อันนั้นเป็นมหาสติ แท้ทีเดียว
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
4  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 10 ตุลาคม 2569, 06:01:44
#มรรค 8
ซึ่งเห็นว่าเป็นของยากและเป็นของมากก็ดี
เมื่ออาศัยความไม่ประมาท
เพียรพยายามดำเนินติดต่อไปไม่ให้ขาดไม่ให้วิ่น
มรรคทั้ง 8 จะเป็นของน้อยลงๆ
แล้วจะยังเหลือแต่ผู้รู้ผู้พิจารณากับอารมณ์ที่พิจารณาอยู่นั้น
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
(สามทัพธรรม รหัส 4 หน้า 149)
5  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 09 ตุลาคม 2569, 05:57:50
#การศึกษาพระพุทธศาสนา
ถ้าจะให้เข้าใจถูกต้องแล้ว ต้องให้มีทั้งปริยัติคือ การศึกษา และปฏิบัติตามความรู้ที่ได้ศึกษามานั้นให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการปฏิบัติ ถ้าไม่ยืนตัว อยู่ในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว จะไม่มีความถูกต้องอันจะให้เกิดความรู้ ในสัจธรรมได้เลย มรรคปฏิปทาอันจะให้ถึงสัจธรรมนั้น ก็ต้องรวมศีล สมาธิ ปัญญา ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วปฏิเวธธรรมจึงจะเกิดขึ้นได้..
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
จากธรรมเทศนาเรื่อง พุทธบริษัทพึงปฏิบัติตนเช่นไร
6  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 08 ตุลาคม 2569, 04:55:26
เห็นกรรมดี และกรรมชั่ว
ปรากฏที่ ใจ ของตน
เป็น ปัจจัตตัง คือ
ธรรมเป็นของรู้เฉพาะตน

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๖๙
7  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 07 ตุลาคม 2569, 05:31:29
#ต่างคนต่างชำระใจของใครของมัน ก็หมดเรื่องกันไป
#แต่นี่ไม่ยอมชำระตนไปชำระคนอื่น มันก็เลยยุ่ง

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมเล่มที่๘๔
8  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 06 ตุลาคม 2569, 06:17:11
เมื่อใจเป็นทุกข์ กายก็เป็นทุกข์ด้วย
ใจเป็นสุข กายก็พลอยได้รับความสุขเหมือนกัน
ถ้ากายทุกข์ ใจปล่อยวางได้
ไม่เข้าไปยึดถือแล้ว ใจรู้เท่าอยู่เฉยๆ
ทุกข์นั้นไม่สามารถจะมาครอบงำใจให้เป็นทุกขได้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
(แสดงธรรม 31 มี.ค 20 รหัส 6 หน้า 370)
9  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 05 ตุลาคม 2569, 09:33:36
ราคะก็ดี โทสะก็ดี โมหะก็ดี
เมื่อเราเห็น เราเข้าใจด้วยตนเองแล้ว
สิ่งเหล่านี้เลยกลายเป็นของดี
เป็นเหตุให้เราพิจารณา
เป็นเหตุให้เกิดปัญญากว้างขวาง
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๒๔
10  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 04 ตุลาคม 2569, 06:13:49
คนเราเห็นแต่ #ทุกข์
แต่ไม่เห็น #เหตุเกิดทุกข์
เมื่อไม่เห็น #เหตุให้เกิดทุกข์
ก็ไม่เห็น #ทางดับทุกข์
พระพุทธเจ้าทรงเห็น #ทางดับทุกข์และทรงดับทุกข์ ได้ด้วย
จึงเป็นของอัศจรรย์

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๔๓
11  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 02 ตุลาคม 2569, 05:48:42
ท่านผู้ที่หายจากโรคอันเกิดจากใจได้แก่ผู้สิ้นกิเลสแล้ว
ถึงแม้โรคในกายของท่าน จะยังปรากฏอยู่ ก็เป็นแต่อาการความรู้สึก
หาได้ทำใจของท่านให้กำเริบไม่ เพราะโรคใจของท่านไม่มีแล้ว
สมุฏฐาน คือ อุปาทานของท่านได้ถอนหมดแล้ว
ฉะนั้นท่านจึงมีความสุขและได้ลาภอย่างยิ่งในความไม่มีโรค
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
ธรรมเทศนาเรื่อง โรค
12  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 01 ตุลาคม 2569, 06:14:20
จิตที่ฝึกฝนแล้วนั้น มันอยู่นิ่งสงบ
นั่นแหละเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่
แต่คนไม่ชอบ หากมันพาวิ่งว่อน
พาปรุงพาแต่ง พาคิดนึกส่งส่าย
ด้วยประการต่างๆ นั้นแหละจึงค่อยชอบ
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
13  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 29 กันยายน 2569, 05:26:34
#สนทนาธรรมกับศาสตราจารย์ชาวศรีลังกา (ศาสตราจารย  ทางจิตวิทยา)

ศาสนาพุทธท่านสอนเช้าไปถึงใจ ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ให้เห็นด้วยใจตนเองพิสูจน์ด้วยใจตนเอง
มิใช่ความความนิยมประเพณีท้องถิ่นหรือคณะนั้นๆ
บางทีทำชั่วคิดว่าเป็นของดีเพราะความนิยมก็มี
แต่ศาสนาพุทธให้เห็นด้วยใจของตนว่า ถ้าทำชั่วนั้นเป็นของไม่ดี รู้ด้วยใจของตนเอง
ไม่ถือตามความนิยมหรือประเพณี
ปุจฉาวิสัชนาในต่างประเทศ
ณ.ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 19 พ.ย. – 12 ธ.ค. พ.ศ. 2519
14  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 28 กันยายน 2569, 06:10:24
#พุทธสาวก
------------------------
ถ้าจะเป็นพุทธสาวก ต้องเป็นผู้ปฏิบัติคือ
ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติ  #เพื่อความบริสุทธิ์หมดจด
ถึงจะถูกหลัก เข้าถูกทาง
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๒๒

15  ห้องพระ / พระคณาจารย์อริยสงฆ์ทั่วประเทศ / Re: พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ) เมื่อ: 27 กันยายน 2569, 06:18:28
ผู้ฝึกหัดปฏิบัติรู้เท่าเข้าใจเรื่องเหล่านี้ตามความเป็นจริงว่า
วิสัยของอายตนะทั้ง6 นั้น
มีชอบกับไม่ชอบเท่านั้น แล้วปล่อยวางเสีย
ไม่ยึดเอามาเป็นอารมณ์
จิตจึงจะกลายมาเป็นใจเฉยอยู่กลางๆ
นี่แหละธรรมเห็นธรรม ไม่เป็นโลก
อยู่เหนือโลก พ้นจากโลก
ผู้จะอยู่เหนือโลก พ้นจากโลก
ต้องเรียนรู้ของโลกทุกแง่ทุกมุม
รู้เรื่องของโลก ก็รู้ตามอายตนะทั้ง6 นี่แหละ
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
(จิตเหนือโลก โลกทิพย์แจกฟรี ฉบับที่ 67 หน้า 29)

หน้า: [1] 2 3 ... 97
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!