ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน

ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วัฒนธรรม ประเพณี พุทธสถานและแหล่งท่องเที่ยวภาคอีสาน => ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ท้องถิ่น => ข้อความที่เริ่มโดย: เต้ อุบล ที่ 10 ตุลาคม 2554, 00:22:55



หัวข้อ: ศึกสะพือ (กบฎผีบ้าผีบุญ ตั้งฐานปฏิบัติการที่บ้านสะพือจนเป็นมูลเหตุที่มาของ ศึกสะพือ)
เริ่มหัวข้อโดย: เต้ อุบล ที่ 10 ตุลาคม 2554, 00:22:55
บ้านสะพือนับว่าเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่มีอารยธรรมเก่าแก่  ชาวบ้านสะพือเป็นคนที่ใฝ่การเรียนรู้  เป็นชุมชนที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี  อันดีงามอย่างเหนียวแน่น  เช่น  ประเพณีบุญผะเวส  ลูกหลานชาวบ้านสะพือไม่ว่าจะไปทำมาหากินในถิ่นใดก็ตาม  พอถึงประเพณ๊บุญผะเวส  ซึ่งเริ่มงานระหว่างวันที่  12-15  เมษายน  ของทุกๆปี ลูกหลานบ้านสะพือจะกลับบ้านมาร่วมทำบุญทำต้นเงิน  ทำผ้าป่า  เข้าวัด  เป็นงานที่ย่งใหญ่น่าประทับใจ  อาจเนื่องมาจากเขามีที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ  คือ  "หลวงปู่โทน"  พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง  และเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง  ผู้เขียนเองมีวาสน้อยไม่เคยได้กราบนมัสการท่านเลย  ได้ยินแต่ชื่อ  เพราะตอนย่ายมาทำงานที่โรงเรียนสะพือวิทยาคาร  ท่านก็มรณภาพไปแล้ว  แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ได้มีโอกาสกราบนมัสการลูกศิษย์ของหลวงปู่  คือ  ท่านพระครูสถิตบูรพาภิวัฒน์  ท่านเป็นพระนักพัฒนา  เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งที่ชาวบ้านเคารพนับถืออย่างมาก  ตัวผู้เขียนก็เคยได้พึ่งบารมีของท่านได้ช่วยอบรมกล่อมเกลาจิตใจ  ลูกศิษย์(นักเรียน)  ให้อยู่ในทำนองคลองธรรม

        ที่กล่าวมาข้างต้นคือ ชุมชนบ้านสะพือในปัจจุบัน  และถ้าศึกษาประวัติบ้านสะพือในอดีตแล้วละก็ก็จะเห็นว่า  บ้านสะพือเป็นหมู่บ้านที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เหมือนกัน  แต่น่าเสียดายที่สถานที่ประวัติศาสตร์ในปัจจุบันได้ลบเลือนไปหาร่องรอยไม่พบ  น่าจะมีคนออกมาดูแลในเรื่องนี้จะดีไม่น้อย

บ้านสะพือ   เป็นบ้านที่เก่าแก่นานแต่โบราณ  และไม่สามารถจะทราบได้ว่าวันเดือนปีที่ตั้ง  ตลอดทั้งผู้มาตั้ง   ตลอดทั้งผู้มาตั้งบ้านนี้ด้วย  เหตุใดจึงมาตั้งอยู่ที่นี่  เหตุใดจึงมีนามว่าบ้านสะพือก็ไม่ทราบแน่เหมือนกัน  แต่ได้สันนิษฐานว่าทุ่งนาทางทิศตะวันตกของบ้านสะพือปัจจุบันนี้  แต่ก่อนเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่  ขณะนี้ตื้นเขินเป็นทุ่งนาไปแล้ว  เรียกว่า?ทุ่งน้ำครำ? หนองน้ำนี้เรียกว่า  ?หนองสระผือ?  คือมีต้นตันผือ      (ต้นกก)  มากและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด  ผู้มาตั้งก็เลยอาศัยสัญลักษณ์ของหนองน้ำนี้มาตั้งเป็นนามบ้าน  โดยตั้งชื่อว่า  ?สระผือ?  ต่อมาเลยกลายมาเป็น ?บ้านสะพือ?               บ้านสะพือ  เป็นบ้านธรรมดาสามัญ  แต่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับบ้านนี้เกิดขึ้น  ทำให้บ้านสะพือเป็นบ้านที่สำคัญและมีชื่อติดอยู่ในประวัติศาสตร์  บ้านสะพือนี้คงเป็นบ้านที่ใหญ่  มีประชาชนอยู่หนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวมาแล้ว  ?นางเหมือนตา?  ธิดาพระตา  ซึ่งเป็นต้นตระกูลของเจ้าเมืองคนแรกได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นี่  แต่วันเดือนปีใดไม่ปรากฏชัด  แต่บ้านนี้คงมีความสำคัญไม่น้อย  ธิดาคนสำคัญของบ้านเมืองจึงได้มาอยู่  นับว่าเป็นความดีของบ้านสะพือได้อย่างหนึ่ง  นอกจากนั้นบ้านสะพือยังมีความดีและความสำคัญอยู่อีกมาก  คือ                เมื่อวันอาทิตย์ที่    ๔  ธันวาคม  ๒๔๐๖  (ตรงกับแรม  ๑๑  ค่ำ  เดือน  ๑๒  ปีกุน)  พระบรมราชวงศา (กุทอง  สุวรรณกูฏ) เจ้าเมืองอุบลฯคนที่  ๓   ได้ขอตั้งบ้านสะพือเป็นเมืองตระการพืชผลพร้อมกับตั้ง ท้าวสุริยวงศ์  (อุ้ม  สุวรรณกูฏ)  บุตรพระบรมราชวงศา  (กุทอง  สุวรรณกูฏ)  เป็นพระอมรดลใจ  เป็นเจ้าเมืองท้าวพรมาบุตร  พระบรมราชวงศาน้องพระอมรดลใจ  เป็นอุปฮาดท้าวสีหาจักร  (ฉิม)  เป็นราชวงศ์ ท้าวกุลบุตร (ท้าว)  เป็นราชบุตรมาปกครองเมืองตระการพืชผลต่อไป  แต่ตั้งอยู่ได้ไม่นานประมาณ  ๒-๓ ปี  เท่านั้น  เพราะเห็นว่าบ้านนี้ไม่เหมาะที่จะตั้งเมือง  เนื่องจากกันดารน้ำ  การติดต่อกับเมืองอุบลฯลำบาก  จึงย้ายไปอยู่บ้านท่าม่วงที่ตั้งอยู่ริมเซบกเพื่อจะได้อาศัยทางน้ำไปมาหาสู่กับเมืองอุบลฯได้สะดวก  ทางจากบ้านสะพือไปทางทิศใต้  ๖  กม.                เมื่อ  พ.ศ. ๒๔๔๔  เกิดกบฎผีบ้าผีบุญขึ้นในมลฑลอีสานและได้เข้ามาตั้งอยู่ที่เมืองตระการฯ  ผีบ้าผีบุญ  ได้ยกกำลังจากเมืองเขมราฐมาตั้งที่โนนโพธิ์  ทางทิศตะวันตกของบ้านสะพือ  พวกผีบ้าผีบุญได้มาตั้งที่บ้าน    สะพือ    ไม่ใช่คนบ้านนี้เป็นผีบ้าผีบุญแต่พวกเขามาหาพรรคพวกแล้วจะตีเอาเมืองตระการฯ  ที่ตั้งอยู่บ้านท่าม่วง  เมื่อตีได้แล้วก็จะไปตีเอาเมืองอุบลฯ  ให้สมเด็จลุนบ้านเวินชัย  มาเป็นเจ้าเมืองแทน  แต่แผนการณ์ของผีบ้าผีบุญไม่สำเร็จ  


หัวข้อ: Re: ศึกสะพือ (กบฎผีบ้าผีบุญ ตั้งฐานปฏิบัติการที่บ้านสะพือจนเป็นมูลเหตุที่มาของ ศึกสะพือ)
เริ่มหัวข้อโดย: เต้ อุบล ที่ 10 ตุลาคม 2554, 00:28:26
วันที่  ๔  เมษายน  ๒๔๔๔  พระเจ้าวรวงศ์เธอหลวงสรรพสิทธิประสงค์  ข้าหลวงผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ได้บัญชาให้  ร้อยเอกหลวงวิชิตสรการ  (จิตร   มัธยมจันทร์)  อดีตนายทหารปืนใหญ่และ    ร้อยเอกอินทร์นำทหาร  ๒๔  คน  ราษฎร  ๒๐๐  คน  พร้อมด้วยอาวุธปืนได้ยกกำลังมาถึงบ้านสะพือที่  ?ดอนเผิ่ม?  วันที่  ๔  เดือน เมษายน  ๒๔๔๕  ได้เกิดปะทะกับผีบ้าผีบุญรบกันอยู่ประมาณ  ๔  ชั่วโมง  พวกผีบ้าผีบุญแตกหนี  องค์มั่น  ผู้เป็นหัวหน้าซึ่งเดือนพนมมือเสกเป่าคาถาอาคมเห็นท่าสู้ไม่ได้เลยหลบหนีไปทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง  คงได้แต่หมวกหนีบสักหลาด  ซึ่งเป็นเครื่องยศขณะนั้น  เดี๋ยวนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  เหตุการณ์ได้สงบตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน                พ.ศ. ๒๔๕๐  รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ฉบับแรกได้แบ่งการปกครองออกเป็นมณฑลจังหวัดอำเภอ  ตำบล  และหมู่บ้าน                พ.ศ. ๒๔๕๒  ทางราชการได้ยุบเมืองตั้งเป็นอำเภอขึ้น  จึงได้ยุบเมืองตระการพืชผลไปขึ้นกับอำเภอพนา  ส่วนบ้านสะพือได้ตั้งเป็นตำบล  และมีสภาพเป็นตำบลมาจนกระทั้งทุกวันนี้                พ.ศ. ๒๔๘๕  ทางราชการได้ตำแหน่งปลัดอำเภอประจำตำบลขึ้น  และได้ยุบตำบลสะพือไปขึ้นกับตำบลตระการ  ต่อมา  พ.ศ. ๒๔๘๙  ได้ยุบตำแหน่งปลัดอำเภอประจำตำบล  บ้านสะพือจึงได้กลับมาตั้งเป็นตำบลอีกตามเดิมในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน                พ.ศ. ๒๕๐๔  ได้สร้างสำนังงานผดุงครรภ์ประจำตำบลพร้อมกับเจ้าหน้าที่ประจำจนถึงปัจจุบัน                พ.ศ. ๒๕๐๕  โรงเรียนบ้านสะพือได้เปิดขยายการศึกษาภาคบังคับ  ป.ปลาย                พ.ศ.  ๒๕๑๗  ได้เปิดไฟฟ้าประจำหมู่บ้าน  (ไฟฟ้าพัฒนา)  เปิดใช้เวลา  ๑๘.๐๐?๒๒.๐๐ น.  โดยใช้เครื่องจักรกลโรงไฟฟ้าโดยมี  นายเดชชาติ  วงศ์โกมลเชษฐ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯเป็นประธาน                พ.ศ.  ๒๕๑๙  ได้เปิดโรงเรียนระดับมัธยม  ระดับตำบลชื่อโรงเรียนสะพือวิทยาคาร  และในปีนี้ได้เปิดใช้ไฟฟ้าแรงสูงในหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน                ประชาชนชาวบ้านสะพือประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่  ประชาชนในหมู่บ้านเป็นผู้มีนิสัยใจคอโอบอ้อมอารี  ทุกวันนี้หมู่บ้านนี้อยู่ดีกินดี  และอยู่เป็นสุขทุกถ้วนหน้า                                                                              


 เอกสารอ้างอิง  ?หนังสือฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง?


หัวข้อ: ขอขอบคุณ
เริ่มหัวข้อโดย: เต้ อุบล ที่ 10 ตุลาคม 2554, 00:32:20
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  http://www.gotoknow.org/blog/saisin1/87780

และด้วยความเมตตาแนะนำช่องทางโดยท่านพี่ บ่อหัวซา  ผู้มากด้วยความรู้และประสบการณ์

ความดีความชอบทั้งหมดขอยกให้ ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน www.ubonpra.com