ประวัติ พระอาจารย์สมศักดิ์ อุตฺตโม(ญาถ่านเบิ้ม)วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
27 พฤศจิกายน 2563, 03:26:25 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ พระอาจารย์สมศักดิ์ อุตฺตโม(ญาถ่านเบิ้ม)วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี  (อ่าน 20310 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #90 เมื่อ: 25 มิถุนายน 2563, 11:41:00 »

เหรียญทองคำแท้ รุ่นแรกเสมา ปี 2558


* 174207.jpg (105.12 KB, 800x625 - ดู 65 ครั้ง.)

* 174208.jpg (173.47 KB, 1108x1477 - ดู 64 ครั้ง.)

* 174209.jpg (154.79 KB, 1108x1477 - ดู 80 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #91 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2563, 18:42:59 »

ภาพร่วมบูรพาจารย์


* ภเล็ก.jpg (367.78 KB, 1265x761 - ดู 64 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #92 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2563, 18:53:16 »

ผ้ายันต์ฉลองพระอุโบสถ รุ่นแรก
มี 2 ขนาดดังนี้
1.ผ้ายันต์ผืนใหญ่ มีขนาด กว้าง 40 ซม.ยาว 28ซม.
2.ผ้ายันต์ผืนเล็ก มีขนาด กว้าง 20ซม.ซม. ยาว 15

ญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี บรมครูใหญ่สายธรรมอุตฺตโมบารมี ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3
ศิษย์แห่งสายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน
ผ้ายันต์ฉลองพระอุโบสถ รุ่นแรก ศิษย์สายธรรมอุตฺตโมบารมีสร้างถวาย

วัตถุประสงค์ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกผู้ที่มาร่วมทำบุญในงานฉลองพระอุโบสถวัดวังม่วง (กำหนดวันยังไม่ชัดเจน น่าจะประมาณต้นปี 2564)

ผ้ายันต์ฉลองพระอุโบสถ รุ่นแรก นี้ได้อัญเชิญพระมหาคาถายันต์ศักดิ์สิทธิ์ จารึกลงในผืนผ้าขาวอันบริสุทธิ์นี้ โดยมีดังนี้

1.พระคาถาชินบัญชร เชื่อว่าจะช่วยเสริมให้เกิดความเป็นสิริมงคล สมบูรณ์พูลผล ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ำกราย เดินทางไปที่ได้ก็เกิดเมตตามหานิยม มีลาภผลทวี ขจัยภัยภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ

2.พระคาถานวภาครูธรรมใหญ่ เชื่อว่าจะเป็นผู้มีอำนาจบารมีเหนือคนอื่น เป็นผู้มีชัยชนะเหนือผู้อื่นแข่งกับใครก็ต้องชนะเป็นผู้ที่เทวดาและมนุษย์เมตตารักใคร่ ไม่จืดจาง เป็นผู้มีโภคทรัพย์ เงินทองไหลมาทั้ง 10 ทิศ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน แคล้วคลาด ปลอดภัย จากอันตรายทั้งปวง เป็นผู้มีความสุข ความเจริญ ตลอดเวลา สมปรารถนาในทุกสิ่ง สำเร็จดังใจคิด คงกระพัน มหาอุตม์ สยบอาวุธทั้งปวง

3.หัวใจ 108 เป็นการร่วมเอาพระคาถาที่เป็นหัวใจของยอดพระเวทย์อาคา108 มาร่วมกัน เชื่อว่าจะแคล้วคลาดปราศจากทุกภัยพิบัติทั้งปวงทั้ง108 อย่าง

4.พระคาถามงกุฏพระพุทธเจ้า เชื่อว่าจะช่วยเสริมดวง เปิดดวงชะตา สามารถช่วยพลิกชีวิตให้พบเจอทางออก ทางสว่าง และช่วยให้ความมัวหมองหรือปัญหาอุปสรรคต่างๆ บรรเทาเบาบางลง

5.หัวใจพระเวทย์ชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) เชื่อว่าจะชัยชนะมารทั้งหมด ด้วยบารมีทั้งหมด ทั้ง 30 ทัศ ที่พระองค์เคยสะสม บำเพ็ญสร้างมาในภพชาติต่างๆในอดีต นับไม่ถ้วน
ชนะคนขี้โกรธ ด้วยขันติ ความอดกลั้น อดทน ชนะสัตว์ร้าย ด้วย เมตตา ชนะคนร้าย หรือ โจรร้าย ด้วยอิทธิฤทธิ์ หรือ ความสามารถที่เหนือธรรมดา ปราบจนเขายอมรับ ชนะการโดนกล่าวร้าย โดนใส่ร้ายป้ายสี ด้วยความนิ่งเฉย อดทน อดกลั้น ชนะคนที่ทิฏฐิมาก หัวดื้อ ด้วยปัญญา ชนะพวกเทวดาที่มีฤทธิ์ เช่น พญานาค ด้วยการให้บริวาร(คือพระโมคคัลลานะ)ที่มีฤทธิ์เหนือกว่ามันไปปราบแทน ชนะพวกเทวดาชั้นสูงสุด คือพวกพรหม ที่มีทิฏฐิหนาแน่นที่สุด ด้วยญาณ(ปัญญาระดับพิเศษ)

6.พระเวทย์หัวใจธาตุ 18 เชื่อว่าจะเสริมพลังธาตุดิน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนแอ มีฤทธิ์เดชมะเดชะ เสริมพลังธาตุไฟ ช่วยทำลายล้างสิ่งอาถรรพ์และโรคภัยไข้เจ็บ เสริมพลังธาตุลม เมื่อไฟจะดับลมก็พัด สิ่งร้ายกลายเป็นดี

7.พระคาถาอาวุธพระพุทธเจ้า (คาถาปราบมาร คาถาชนะมาร)
เชื่อว่าจะชนะศัตรู เป็นพระคาถาที่มีพุทธานุภาพมาก สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้านำคาถาบทนี้มาใช้ และปราบหมู่มารทั้งหลายจนได้รับชัยชนะ ต้องแตกพ่ายแพ้หนีไป มาทิศไหนก็จักไปทิศนั้น (มีฤทธิ์เหมือนคาถาสะท้อนคุณไสย แต่พระคาถานี้แรงกว่ามาก)

8.ยันต์ตรีนิสิงเห เชื่อว่ามีพุทธคุณจะช่วยหนุนดวง ค้ำดวง ปัดล้างสิ่งอัปมงคล แก้ชงดวงตก หนุนดวงจากร้ายกลายเป็นดี ด้วยคุณของพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์ต่างๆ

9.พระคาถาพระเจ้า 5 พระองค์ เชื่อว่าเป็นยอดพระเวทย์พระคาถาครอบจักรวาล ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เป็นที่สุดแห่งความขลังมากไปด้วยพุทธคุณหลากหลายประการ โบราณว่า แคล้วคลาดรอดปลอดภัย คงกระพัน เมตตา มหาเสน่ห์ ความนิยมชมชอบ และอื่นๆอีกมากมาย

10.พระคาถาหัวใจอริยสัจ ๔ เชื่อว่ามีพุทธคุณ เน้นไปทางคุ้มครองป้องกันตัวเอง ทำให้เกิดความสมดุลความสุข ความสงบ ความแข็งแกร่ง สามารถชนะใจตัวเอง และชนะคู่แข่ง

และยันต์ต่างๆ


* ภาพเล็กผ้ายันต์.jpg (242.78 KB, 537x745 - ดู 130 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #93 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2563, 19:02:47 »

เหรียญฉลองพระอุโบสถ

ญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
บรมครูใหญ่สายธรรมอุตฺตโมบารมี ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3
ศิษย์แห่งสายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน
เหรียญฉลองพระอุโบสถ รุ่นแรก
ศิษย์สายธรรมอุตฺตโมบารมีสร้างถวาย

วัตถุประสงค์ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกผู้ที่มาร่วมทำบุญในงานฉลองพระอุโบสถวัดวังม่วง
จำนวนการจัดสร้างดังนี้
1.เหรียญทองคำแท้ 5 เหรียญ
2.เหรียญเงินแท้ 9 เหรียญ
3.เหรียญลงยา 59 เหรียญ
4.เหรียญเนื้อนวะ 99 เหรียญ
5.เหรียญเนื้อทองเหลืองฝาบาตร 299 เหรียญ
6.เหรียญเนื้อทองแดง 399 เหรียญ
7.เหรียญเนื้อทองแดง 1,130 เหรียญ

เหรียญฉลองพระอุโบสถ  นี้ได้อัญเชิญภาพพระพุทธชินราชและพระมหาคาถายันต์ศักดิ์สิทธิ์ จารึกลงในเหรียญฉลองพระอุโบสถ รุ่นแรก มีดังนี้

1.พระพุทธชินราชมีคติความเชื่อว่า "พุทธคุณเป็นเลิศปรากฏทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด อำนาจบารมี ครบเครื่องครบครัน"

2.พระแม่ธรณีบีบมวยผมมีคติความเชื่อว่า ‘แผ่นดิน’ เป็นจุดก่อเกิดสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก จึงเปรียบเสมือน ‘มารดา’ ผู้หล่อเลี้ยงโลก และยกย่องเป็นเทพีผู้ค้ำจุนโลก และสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ทางภาคอีสาน ก็มีวิชาเฉพาะที่เกี่ยวกับ แม่พระธรณี หลายอย่างในสายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน แห่งนครจำปาสัก แม้ในพิธีเบิกโขลนออกจับช้าง ก็ยังมีมนต์ที่กล่าวอ้างถึง แม่พระธรณี

3.พญานาคราชคู่บารมี มีคติความเชื่อว่า สามารถชนะทุกอย่าง หรือชนะหมด ใช้ทำน้ำมนต์ เสริมดวง ป้องกันภูตผี และคุณไสย เป็นเมตตามหานิยมแคล้วคลาดปลอดภัย ค้าขายดี มีกินไม่อด มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม และเด่นด้านการเสี่ยงโชค ถ้าบูชาด้วยความเคารพจักชุ่มเย็นเปรียบเหมือนมีนาคมาอยู่ด้วย ถือว่าเป็นของดีที่หายาก

4.พระมหาคาถายันต์ศักดิ์สิทธิ์ ที่จารึกลงในเหรียญ
-พระคาถานวภาครูธรรมใหญ่ เชื่อว่าจะเป็นผู้มีอำนาจบารมีเหนือคนอื่น เป็นผู้มีชัยชนะเหนือผู้อื่นแข่งกับใครก็ต้องชนะเป็นผู้ที่เทวดาและมนุษย์เมตตารักใคร่ ไม่จืดจาง เป็นผู้มีโภคทรัพย์ เงินทองไหลมาทั้ง 10 ทิศ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน แคล้วคลาด ปลอดภัย จากอันตรายทั้งปวง เป็นผู้มีความสุข ความเจริญ ตลอดเวลา สมปรารถนาในทุกสิ่ง สำเร็จดังใจคิด คงกระพัน มหาอุตม์ สยบอาวุธทั้งปวง

-หัวใจ 108 เป็นการร่วมเอาพระคาถาที่เป็นหัวใจของยอดพระเวทย์อาคา108 มาร่วมกัน เชื่อว่าจะแคล้วคลาดปราศจากทุกภัยพิบัติทั้งปวงทั้ง108 อย่าง

-พระคาถามงกุฏพระพุทธเจ้า เชื่อว่าจะช่วยเสริมดวง เปิดดวงชะตา สามารถช่วยพลิกชีวิตให้พบเจอทางออก ทางสว่าง และช่วยให้ความมัวหมองหรือปัญหาอุปสรรคต่างๆ บรรเทาเบาบางลง

-หัวใจพระเวทย์ชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) เชื่อว่าจะชัยชนะมารทั้งหมด ด้วยบารมีทั้งหมด ทั้ง 30 ทัศ ที่พระองค์เคยสะสม บำเพ็ญสร้างมาในภพชาติต่างๆในอดีต นับไม่ถ้วน
ชนะคนขี้โกรธ ด้วยขันติ ความอดกลั้น อดทน ชนะสัตว์ร้าย ด้วย เมตตา ชนะคนร้าย หรือ โจรร้าย ด้วยอิทธิฤทธิ์ หรือ ความสามารถที่เหนือธรรมดา ปราบจนเขายอมรับ ชนะการโดนกล่าวร้าย โดนใส่ร้ายป้ายสี ด้วยความนิ่งเฉย อดทน อดกลั้น ชนะคนที่ทิฏฐิมาก หัวดื้อ ด้วยปัญญา ชนะพวกเทวดาที่มีฤทธิ์ เช่น พญานาค ด้วยการให้บริวาร(คือพระโมคคัลลานะ)ที่มีฤทธิ์เหนือกว่ามันไปปราบแทน ชนะพวกเทวดาชั้นสูงสุด คือพวกพรหม ที่มีทิฏฐิหนาแน่นที่สุด ด้วยญาณ(ปัญญาระดับพิเศษ)

-พระเวทย์หัวใจธาตุ 18 เชื่อว่าจะเสริมพลังธาตุดิน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนแอ มีฤทธิ์เดชมะเดชะ เสริมพลังธาตุไฟ ช่วยทำลายล้างสิ่งอาถรรพ์และโรคภัยไข้เจ็บ เสริมพลังธาตุลม เมื่อไฟจะดับลมก็พัด สิ่งร้ายกลายเป็นดี

-พระคาถาอาวุธพระพุทธเจ้า (คาถาปราบมาร คาถาชนะมาร)
เชื่อว่าจะชนะศัตรู เป็นพระคาถาที่มีพุทธานุภาพมาก สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้านำคาถาบทนี้มาใช้ และปราบหมู่มารทั้งหลายจนได้รับชัยชนะ ต้องแตกพ่ายแพ้หนีไป มาทิศไหนก็จักไปทิศนั้น (มีฤทธิ์เหมือนคาถาสะท้อนคุณไสย แต่พระคาถานี้แรงกว่ามาก)

-พระคาถาพระเจ้า 5 พระองค์ เชื่อว่าเป็นยอดพระเวทย์พระคาถาครอบจักรวาล ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เป็นที่สุดแห่งความขลังมากไปด้วยพุทธคุณหลากหลายประการ โบราณว่า แคล้วคลาดรอดปลอดภัย คงกระพัน เมตตา มหาเสน่ห์ ความนิยมชมชอบ และอื่นๆอีกมากมาย

-พระคาถาหัวใจอริยสัจ ๔ เชื่อว่ามีพุทธคุณ เน้นไปทางคุ้มครองป้องกันตัวเอง ทำให้เกิดความสมดุลความสุข ความสงบ ความแข็งแกร่ง สามารถชนะใจตัวเอง และชนะคู่แข่ง


* ภเล็ก24ฉลองโบสถ.jpg (354.06 KB, 1019x763 - ดู 62 ครั้ง.)

* 176816.jpg (132.1 KB, 1477x1108 - ดู 63 ครั้ง.)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 กรกฎาคม 2563, 19:05:18 โดย maxna » บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #94 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2563, 19:03:41 »

เนื้อทองคำ รุ่นแรก


* 174207.jpg (105.12 KB, 800x625 - ดู 110 ครั้ง.)

* 174208.jpg (173.47 KB, 1108x1477 - ดู 110 ครั้ง.)

* 174209.jpg (154.79 KB, 1108x1477 - ดู 110 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #95 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2563, 19:04:26 »

เนื้อทองคำเหรียญฉลองโบสถ


* 19177.jpg (694.14 KB, 1771x2366 - ดู 131 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #96 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2563, 08:21:47 »


ตะกรุดบารมีบรมครู

ญาถานเบิ้ม อุตฺตโม บรมครูใหญ่สายธรรมอุตฺตโมบารมี
ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
ศิษย์แห่งบูรพาจารย์สายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน

ตะกรุดบารมีบรมครู
จัดสร้างจำนวน 2 แบบ
1.เนื้อพิเศษเงินทอง 9 ดอก
2.เนื้อทองทิพย์ 99 ดอก 

วัตถุประสงค์การจัดสร้าง เพื่อร่วมสบทบทุน และมอบเป็นของที่ระลึกผู้ที่มาร่วมทำบุญในงานฉลองพระอุโบสถวัดวังม่วง

มวลสารหลักมีดังนี้
1.มวลสารศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในสายธรรมอุตฺตโมบารมีที่มี
2.เกษาญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
3.เล็บญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
4.จีวรญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
5.เม็ดพระธาตุเสร็จ
6.ดินไพรดำ
7.ใบไพรดำ
8.เม็ดข้าวไพรดำ
9.ผงพระอารามหลวง
10.ชันโรง 9 ถ้ำ
11.โค๊ดกำกับ

ปลุกเสก 9 วาระ
ญาถานเบิ้ม อุตฺตโมอธิษฐานจิตเดี่ยว 108 คาบ


บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #97 เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2563, 22:17:03 »

สีผึ้งเก้าผญา

ญาถานเบิ้ม อุตฺตโม บรมครูใหญ่สายธรรมอุตฺตโมบารมี
ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
ศิษย์แห่งบูรพาจารย์สายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน

วิธีใช้
เอาสีผึ้งเก้าผญาไว้กลางฝามือตอนเราพนมมือบริกรรม

ตั้ง นะโม 3 จบ
พระเวทย์พุทธคุณสีผึ้งเก้าผญา
โอม กาจับหลัก บารมีเก้าพญา สิทธิ มันนิ โส สักโก เทวราชา สิทธิตา ปัสสะ นันติ สหะ จะภะกะสะ มะอะอุ
สิวังโต (อธิษฐานบอกกล่าวเอาในสิ่งดีสิ่งงาม )

พระเวทย์พุทธคุณสีผึ้งเก้าผญา ท่านให้บริกรรม 3 จบ หรือ 7 จบ ใส่สีผึ้งเก้าผญาแล้วนำติดตัวจะมีพุทธคุณทางด้าน ตามความเชื่อมีฤทธิ์เสน่ห์รุนแรงทำให้เกิดเป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็นโบราณว่าเสน่ห์รุนแรงเรียกได้ทั้งชายทั้งหญิง หากไปค้าขายก็จะดีช่วยเรียกลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย มีแต่โชคลาภ  ค้าขายร่ำรวย ทั้งเด่นในเรื่องเจ้าชู้  ใช้ได้ดีทั้งในเรื่องของด้านความรัก  ด้านเมตตามหานิยม ค้าขายเจรจา  ด้านเมตามหาเสน่ห์  ด้านโชคลาภ  การเข้าหาคน บูชาพกติดตัวแคล้วคลาด ค้าขายดี เป็นเมตตามหานิยม อุดมลาภ เดินทางปลอดภัยแคล้วคลาด ป้องกันภูตผี แคล้วคลาดศัตรู บูชาใส่พานหน้าร้านค้า ค้าขายคล่อง เป็นเมตตามหาเสน่ห์ ค้าขายดี ใช้เป็นเมตตา ค้าขาย แคล้วคลาดดุจพญาวานร มีความเจริญรุ่งเรือง ซื้อง่ายขายคล่อง มีโชคมีลาภเข้ามาตลอดไม่ขาดสายดั่งแม่น้ำไหลมาทั้งสีทิศ มีกินมีใช้ไม่มีหมดไม่มีอดเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีมั่งมีตลอดกาล ทั้งยังมีโชคลาภเสี่ยงโชคทุกชนิด ยังเสริมเสน่ห์ต่อทุกเพศที่เข้าไปพูดคุยเจรจา จะมีเหตุการณ์ต่างๆในด้านบวกที่เกิดเหตุอัศจรรย์ใจเกิดขึ้นเสมอ เสน่ห์รุนแรงเมตตาพิศวาสหลงใหล เปรียบได้กับช้างผสมโขลงที่มีพลังมากมาย เหมาะสำหรับหญิงชายที่ชอบเรื่องมหาเสน่ห์ อยากให้ชายหญิงมาชอบ มารัก มาหลง

สีผึ้งเก้าผญา
จัดสร้างจำนวน 2 แบบ
1.ตลับเนื้อเงิน บรรจุตะกรุดเงิน 1 ดอก จำนวน 19 ตลับ
2.ตลับเนื้อทองทิพย์ บรรจุตะกรุดเงิน 1 ดอก จำนวน 199 ตลับ

วัตถุประสงค์การจัดสร้าง เพื่อร่วมสบทบทุน และมอบเป็นของที่ระลึกผู้ที่มาร่วมทำบุญในงานฉลองอุโบสถวัดวังม่วง

ของในตำนานที่หายาก
อีกาที่ตายบนกิ่งไม้ เป็นส่วนผสมอาถรรพ์ที่หาได้อยากมากในการปฏิบัติอาคม สร้างวัตถุอาถรรพ์ในวิชา กาปักหลัก วิชาโบราณที่มีการสืบทอดในสายธรรมอุตฺตโมบารมี
"กาจับหลัก" สุดยอดเรื่องเสน่ห์เมตตา เด่นเรื่องทำมาหากิน กาจับหลักชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจับให้มั่น ทำให้อยู่เน้นทางด้านมัดจิตมัดใจคนให้รักใคร่เมตตา จะเป็นเรื่องความรักคู่ครองก็ใช้ได้ดี จะเป็นเรื่องเจรจาธุรกิจการค้าก็ทำให้การค้า ลูกค้าหรือ คนที่เจรจาด้วยมีความแน่นอนในการเจรจาตกลงธุรกิจ
โดยมีความเชื่อว่า อีกาที่ตายบนกิ่งไม้ ในขนาดที่บนมาจับกินอาหาร ไม้สามารถออกจากกิ่งไม้ได้ จนสิ้นใจตาย
#ตามตำราเชื่อว่าถ้าได้มากิ่งไม้ หรือ ตัวอีกามาทำเครื่องเสน่ห์ค้าขาย เครื่องรางมหาเสน่ห์ สายขาว ทำเสน่ห์ เรียกแฟน เรียกผัวเมียกลับ เสริมดวงชะตาโชคลาภ เสริมให้แฟนรักแฟนหลง ใช้เรียกจิตคนรักกลับคืนมา
อีกทั้งเป็นเครื่องรางเสน่ห์เมตตาแก่ผู้คน ค้าขายเงินทองคล่องดี เป็นเครื่องรางของขลังดีทางสร้างเสน่ห์นิยมต่อเพศตรงข้าม เป็นนกกาที่กระจายพันธุ์เป็นวงกว้างในเอเชีย ปรับตัวได้เก่ง สามารถกินอาหารได้หลากหลาย ทำให้ขยายไปยังพื้นที่ใหม่ได้ง่าย บางครั้งถูกมองว่าเป็นสัตว์รังควานโดยเฉพาะในเกาะต่าง ๆ มีปากใหญ่

ปลุกเสกด้วยพระเวทย์อาคม เฉพาะสายธรรมอุตฺตโมบารมี ที่สืบทอดจากปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน ได้ถือฤกษ์ สร้าง ในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันเพ็ญเดือน 12 มหาฤกษ์มหามงคลจันทร์ซ้อนจันทร์ เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการจัดสร้างสีผึ้ง และเสริมด้วยคาถาเสน่ห์เมตตาทุกชนิด เช่น คาถานะหน้าทอง  เมตตามหาเสน่ห์  มหาละลวย  มหาหลง  นะจังงัง  คาถาสาลิกา  สาลิกาหลงรัง  สาลิกาลิ้นทอง  คาถาพญาการเวก  คาถามหาเศรษฐี  และคาถาด้านเมตามหาเสน่ห์โชคลาภอีกมายมาย  ทำการหุงสีผึ้งด้วยไก่ฟ้าพญาลอ  คาถามหาเศรษฐี  คาถาเรียกทรัพย์  คาถาเมตตามหาเสน่ห์  มหาละลวย  มหาหลง  นะจังงัง  และคาถาด้าน เมตามหาเสน่ห์  ด้านโชคลาภอีกมากมาย  ทำการหุงสีผึ้งด้วย  สีผึ้งอาถรรพ์  ๑๐๘  น้ำมันว่านอาถรรพ์  ๑๐๘   ในสีผึ้งทุกตัวจะมีผงว่านโชคลาภมหาเสน่ห์  ๑๐๘  ว่านที่ใช้ลงในสีผึ้งเป็นตระกูลว่านเสน่ห์ทุกชนิด
 
มวลสารหลักมีดังนี้
มวลสารที่ใช้ผสมทำสีผึ้ง มีดังนี้
1.วานไพรดำ
2.น้ำมันช้างผสมโขลง
3.น้ำตาปลาพะยูนสายใต้
4.น้ำมันพราย
5.ขี้สูตรดินเพียง
6.ขี้ผึ้งแท้เดือนห้า
7.น้ำผิ้งแท้เดือนห้า
8.มวลสารความเชื่อเกี่ยวกันของสิ่งไม่ดี
9.นางสายฝนนำใส่ในหม้อตอนทำพิธีกรรม
10.ไม้มงคล 9 อย่าง
11.กาฝาก 9 อย่าง 1.กาฝากรักซ้อน 2.กาฝากมะรุม 3.กาฝากมะยม 4.กาฝากมะขาม 5.กาฝากกาหลง 6.กาฝากขนุน 7.กาฝากยอ 8.กาฝากพยุง 9.กาฝากคูณ
12.ผงช่องระอา
13.ผงกระดูกช้างจากบุรีรัมม์
14.ผงเม็ดต้นมณีโคตร.จากฝั่งลาว
15.ผงเงินเมืองผีบังบด
16.ผงแก้นงิ้วดำ ตัวผู้ ตัวเมียจากเขมร
17.ผงแก่มขามฟ้าผ่า
18.สีผึ้งบรมครูต่างๆ

ผงว่านโชคลาภมหาเสน่ห์  ๑๐๘  ว่านที่ใช้ลงในสีผึ้งเป็นตระกูลว่านเสน่ห์ทุกชนิด
1.ไก่แดง ให้ผลทางเมตตามหาเสน่ห์ มหานิยมชั้นยอด
2.มหาลาภ ให้ผลทางโชคลาภเป็นสิริมงคลดีนัก
3.สี่ทิศ ให้ผลทางโชคลาภทำการสิ่งใดจะประสบความสำเร็จทุกประการ
4.เทพประชุมพร ว่านทางด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ช่วยให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง
5.เทพประสิทธิ์ เป็นสิริมงคลดีนัก
6.ขมิ้นขาว เด่นทางด้านเมตตา
7.นางคำ คุณวิเศษทางด้านเสน่ห์มหานิยม ใช้ได้นานาประการ
8.สาวหลง ว่านที่ทรงคุณค่าทางด้านเมตตามหานิยมอย่างสูงสุด
9.ทิพยเตร เด่นเรื่องเมตตามหานิยม
10.มหาอุดม เป็นว่านมหานิยมสูงมาก เป็นที่รักใคร่
11.ดินสอฤาษี สรรพคุณทางด้านมหานิยมยังอยู่ในระดับเยี่ยม
12.ไพลดำ แคล้วคลาดปลอดภัย
13.ดอกทองตัวผู้ เป็นว่านในทางมหาเสน่ห์เป็นพระยาเทครัว
14.ดอกทองตัวเมีย เป็นว่านในทางมหาเสน่ห์ เมตามหานิยมอย่างแรงอีกชนิดหนึ่ง
15.กุมารทอง ให้ผลทางโชคลาภ
16.พะตะบะ กันอัปมงคลต่างๆแคล้วคลาดปลอดภัย
17.ทรหด เด่นทางด้านคงกระพันและแคล้วคลาด
18.กระแจะจันทร์หงสา ด้านเมตตามหาเสน่ห์
19.เปราะหอม เป็นว่านทางเสน่ห์มหานิยมทางชู้สาว และช่วยให้ค้าขายดี
20.ไก่ขัน ใช้ในทางเสน่ห์เลห์กลดีหนักหนา
21.เพชรน้อย เด่นทางด้านคงกระพันและแคล้วคลาด
22.เพชรน้อยแดง เด่นทางด้านคงกระพันและแคล้วคลาด
23.ดอกทองกระเจา เป็นเสน่ห์ทางด้านชู้สาว และช่วยให้ค้าขายดี
24.นางพญาหงส์ทอง เป็นว่านทางเมตตามหานิยม เจรจาสิ่งใดจะเป็นที่พอใจ
25.นางพญาหงส์เงิน เป็นว่านทางเมตตามหานิยม เจรจาสิ่งใดจะเป็นที่พอใจ
26.กลิ้งกลางดง เด่นทางด้านคงกระพันและแคล้วคลาด
27.พระฉิม เป็นมงคล เสริมสิริมงคล และขจัดความชั่วร้ายทำให้แคล้วคลาด
28.หอมดำ จัดเป็นว่าน 108 ที่ใช้ในการผสมสร้างพระผงคงกระพันชาตรี อีกทั้งยังมีเมตตามหานิยมใคร
29.แม่ทองใบ มีอานุภาพบันดาลให้ประสบโชคลาภ ความร่มเย็นเป็นสุข
30.ไชยมงคล ความเป็นมงคล เป็นว่านทรงอำนาจช่วยคุ้มครองป้องกันภัย
31.สลักไกร เสน่ห์เมตตามหานิยม คงกระพันชาตรีอีกด้วย
32.สบู่หยวก เสน่ห์เมตตามหานิยม
33.ดอกทองโยนี (เขียด) เป็นว่านเสน่ห์เมตตามหานิยม ทำให้ค้าขายดี
34.พญาลิ้นงู แคล้วคลาด
35.มหาบัว เป็นว่านสิริมงคลชั้นสูงต้นหนึ่ง
36.พญาจงอาง คงกระพันแคล้วคลาด
37.เทพรำลึก เสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นยอด
38.เงินไหลมา มีอานุภาพเรียกเงินทองให้เข้ามาสู่เคหะสถานบ้านเรือน
39.พญาว่าน แคล้วคลาด
40.ขมิ้นขาวปัดตลอด โชคลาภความเจริญ ความมีเมตตามหานิยม และความร่มเย็นเป็นสุขมั่งคั่ง
41.นะหน้าทอง ทางเสน่ห์เมตตามหานิยม ให้ผลดีางการค้า
42.มหาจักรพรรดิ เหมือนมีกำแพงแก้วป้องกันภัยบังเกิดความเจริญรุ่งเรืองเป็นเนืองนิตย์
43.หนุมานยกทัพ เป็นเมตตามหานิยมและกันทางคุณไสยาศาสตร์
44.หอมแดง จัดเป็นว่าน 108 ชนิดที่ใช้ในการผสมเพื่อสร้างพระผงในสมัยก่อน
45.เศรษฐีเรือนนอก อานุภาพให้คุณทางด้านลาภผล เงินทอง
46.เศรษฐีเรือนใน อานุภาพให้คุณทางด้านลาภผล เงินทอง
47.เศรษฐีเรือนกลาง อานุภาพให้คุณทางด้านลาภผล เงินทอง
48.แสนนางล้อม เป็นว่านที่มีสิริมงคลและป้องกันอัคคีภัย
49.ขุนแผนสะกดทัพ อานุภาพ ทางเสน่ห์เมตตานิยม
50.เศรษฐีน้ำเต้าทอง เด่นทางเมตตา โชคลาภ
51.ว่านมหามงคล เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เสริมบารมี
52.เฒ่าหนังแห้ง คงกระพันแคล้วคลาด
53.ไก่กุ๊ก อานุภาพ ทางเสน่ห์เมตตานิยม
54.เสน่ห์จันทร์ดำ จะเด่นทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น
55.เสน่ห์จันทร์เขียว จะเด่นทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น
56.เสน่ห์จันทร์ขาว จะเด่นทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น
57.เสน่ห์จันทร์แดง จะเด่นทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น
58.กวักนางพญามหาเศรษฐี อานุภาพทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม ดีทางโภคทรัพย์ เป็นสิริมงคล
59.กวักนางพญาใหญ่ อานุภาพทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม ดีทางโภคทรัพย์ เป็นสิริมงคล
60.กวักพุทธเจ้าหลวง อานุภาพทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม ดีทางโภคทรัพย์ เป็นสิริมงคล
61.มหาโชค บันดาลทางโชคลาภโดยตรงและเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน
62.พัดแม่ชี อานุภาพสูงทางด้านปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ป้องกันอำนาจคุณไสย
63.นางคุ้ม คุ้มกันภยันตรายต่างๆ
64.มหาปราบ ดีทางฤทธิ์และอำนาจ อยู่ยงคงกระพัน ป้องกัน ภูติ ผี ปีศาจ
65.ถุงเงินถุงทอง มีอานุภาพทางด้านโภคทรัพย์ ประดุจถุงเงินถุงทอง
66.ขอทอง เด่นเรื่อง เมตตา มหานิยม
67.หนุมานนั่งแท่น ทางคงกระพันชาตรี
68.ไก่ดำ อำนาจและบารมี อีกทั้งให้คุณทางด้านการค้าขาย
69.กำบัง ป้องกันสรรพภัยจากผู้ปองร้ายด้วยวิทยาคุณต่างๆ
70.เทพรำพึง เป็นเอกทางด้านเมตตามหานิยม เป็นสิริมงคล
71.เสน่หา เป็นว่านมงคลมหานิยม
72.เต่านำโชค เป็นว่านทางเมตตา
73.นางล้อม เป็นว่านมหามงคล ป้องกันสรรพสัตว์ทั้งปวง
74.กล่อมนางนอน ว่านที่มากด้วยเมตตามหานิยม มีอานุภาพสามารถทำให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มได้
75.ขมิ้นขาวเสน่ห์ ดีทางด้านเมตตามหานิยม ทั้งยังเป็นเมตตามหานิยม
76.เทพรัญจวน ให้ในทางเมตตามหานิยม เป็นที่รัก เมตตาต่อผู้พบเห็น
77.มหานิยม ทางเสน่ห์เมตตามหานิยม
78.จูงนาง เป็นว่านทางด้านเสนห์ เมตตามหานิยม
79.เสน่ห์จันทร์หอม เป็นว่านมหาเสน่ห์ช่วยให้ค้าขายดีขึ้นดุจเทน้ำเทท่า
80.พัดโบก เป็นว่านมหามงคลสูงพร้อมด้วยเมตตา มหานิยม
81.เถาว์วัลย์หลง ดีทางเจรจาพาที เป็นที่เมตตามหานิยม
82.มหากวัก อานุภาพสิริมงคล ส่งเสริมกิจการธุรกิจการค้าและเจริญก้าวหน้า
83.พุทธกวัก ว่านนี้ดีทางเมตตาและทางการค้า
84.สบู่เลือด ดีทางด้านคงกระพันชาตรี โบราณนิยมมาสร้างพระ
85.แมงมุม เด่นทางแคล้วคลาด ปกป้องจากสิ่งอัปมงคล
86.พระเจ้า5พระองค์ ในทางแคล้วคลาดอันตรายอุบัติเหตุต่างๆ
87.ธรณีสาร ความเป็นมงคลอานุภาพสิริมงคล ส่งเสริมกิจการธุรกิจการค้า
88.สิบแสน เป็นว่านทางเมตตามหานิยม ทำให้ประสบโชคลาภ
89.กวักโพธิ์เงิน ว่านเสน่ห์เมตตามหานิยม นำโชคนำลาภ
90.เสน่ห์ขุนแผน เป็นเมตตามหานิยมรักใคร่และความเจริญรุ่งเรือง
91.เศรษฐีพญาบดินทร์ ทางเมตตามหานิยมสูงทั้งนำโชค
92.กวักทองคำ ว่านสิริมงคล ว่านแห่งโชคลาภ
93.ห้าร้อยนาง ใช้ในทางเมตตามหานิยม
94.สาลิกา มีอานุภาพทางเมตตามหานิยม
95.ดอกทองเขมร เป็นว่านในทางมหาเสน่ห์ เมตามหานิยมอย่างแรงอีกชนิดหนึ่ง
96.ช้างผสมโขลง เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม
97.กำแพงเงิน เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม แก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
98.มหาเมฆ เป็นว่านนิยมมาตั้งแต่โบราณ ดีทางคลกระพันชาตรี เป็นตบะเดชะ
99.ไพลปลุกเสก อานุภาพเกิดลาภผล ความอุดมสมบูรณ์พูนสุขเจริญรุ่งเรือง
100.จ่าว่าน เป็นว่านอานุภาพสูงให้ทรงด้วยอานุภาพ ป้องกันเสนียดจัญไร
101.จังงัง เป็นเมตตามหานิยม เป็นที่รักใคร่เมตตาแก่ศัตรูหมู่มารทำให้ไม่กล้าคิดร้าย
102.กวักเงินกวักทอง ว่านเสน่ห์เมตตามหานิยม นำโชคนำลาภเงินทอง
103.เพชรกลับดำ เด่นทางแคล้วคลาด ปกป้องจากสิ่งอัปมงคล ไปที่ใดปราศจากอันตราย
104.วาสนาทางลาย เด่นทางโชคลาภวาสนา เจริญด้วยความสมบูรณ์พูนสุข
105.เศรษฐีขอดทรัพย์ ใช้ในทางลาภเป็นเมตตามหานิยม
106.ทองคำ ใช้ในทางโชคลาภเงินทอง
107.ปราบสมุทร สรรพคุณทางคงกระพันชาตรี
108.เศรษฐีนางกวัก ช่วยกวักทรัพย์ กวักลาภ กวักผู้คน ลูกค้าให้ไปมาหาสู่มิได้ขาด




* 184289.jpg (96.94 KB, 1108x1477 - ดู 73 ครั้ง.)

* ภ26สีผึ้งเก้าพญา.jpg (333.53 KB, 1135x759 - ดู 87 ครั้ง.)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 กรกฎาคม 2563, 14:01:53 โดย maxna » บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #98 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2563, 09:13:02 »

ไหว้ครูธรรมใหญ่สายธรรมอุตตโมบารมี ปี 2562 ครั้งที่ 158

ประวัติความเป็นมาไหว้ครูธรรมใหญ่สายธรรมอุตตโมบารมีครั้งแรก
ประวัติจากคำบอกเล่าจากปากท่าน และชาวบ้าน

หลวงปู่สว่าง โพธิญาโณ วัดสนามชัย บ.นาหว้าน้อย อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ เกิดปี 2472 ศิษย์ผู้เป็นพี่ของหลวงปู่จันทร์หอม สุภาทโร เจ้าอาวาสวัดบุ่งขี้เหล็ก อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
...หลวงปู่สว่างได้เล่าให้ลูกหลานฟังว่า สมัยนั้นท่านยังไม่ข้ามมาฝังไทย ยังธุดงปฏิบัติกรรมฐานตามป่าเขาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เล่าเรียนอาคมสายปู่สมเด็จลุน จึงมีโอกาสได้เจอกับศิษย์ผู้น้อง คือ หลวงปู่จันทร์หอม สุภาทโร ต่อมาท่านปรมาจารย์ใหญ่ท่านอาจารย์สมเด็จตันที่ประสิทธิ์วิชา
ท่านเป็นเคยอุปถากหลวงปู่สมเด็จลุน จึงได้แบ่งเกษา อิฐิ บ้างส่วนให้หลวงปู่สว่างติดตัว ต่อมาหลวงปู่ท่านได้เดินทางข้ามมาฝั่งประเทศไทยในปี พ.ศ.2513 มาอยู่ที่วัดสนามชัย หลังจากนั้นไม่นานเกิดปัญหาภายในประเทศลาวเมื่อ พ.ศ.2518 พี่น้องทางประเทศลาวจึงข้ามมาฝังไทยเป็นจำนวนมาก

ความเป็นมาพิธีกรรมไหว้ครูธรรมใหญ่สายอุตฺตมะอุตฺตโม ในทุกปีจะมีการทำพิธีกรรมไหว้ผีไท้หรือผีเชื่อสาย พร้อมกับพิธีไหว้ครูธรรมใหญ่ที่ต้องจัดขึ้นทุกปี หลวงปู่เล่าว่า หลวงปู่สำเร็จต้นบอกกับท่านว่า พิธีกรรมไหว้ครูธรรมใหญ่เท่าที่ท่านจำได้ว่า น่าจะเริ่มมีการจัดในสมัยที่หลวงพ่ออุตตมะ วัดสิงหาร จ.อุบลราชธานี ก่อนท่านมรณะ 15 ปี ก็จะอยู่ในช่วงปี พ.ศ.2405 เพราะท่านจำได้ว่าตรงกับวันสำคัญ คือ วันพระราชสมภพ เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) ซึ่งเป็นองค์สุดท้ายแห่งนครเชียงใหม่ พ.ศ.2405 จะอยู่ในช่วงนี้ ปีนั้นจะตรงกับวัน อาทิตย์ ที่ 2 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2405 ขึ้น ๓ ค่ำ
เดือนสาม(๓) ปีระกา ที่เริ่มมีการทำพิธีไหว้ครูธรรมใหญ่อย่างเป็นทางการ เพราะการประกอบพิธีกรรมไหว้ครูธรรมใหญ่สายธรรมอุตตโมบารมีที่สืบทอดจากตำรา ให้ศิษย์ถือธรรมเนียมปฏิบัติ ในการไหว้ครูแต่ละปี ต้องให้ตรงกับ 3 ค่ำ เดือนสาม ของทุกปี


* 1ทำเนียบ.jpg (232.19 KB, 1319x911 - ดู 60 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #99 เมื่อ: 06 กันยายน 2563, 09:00:15 »

เบี้ยแก้อุตฺตโม รุ่นแรก

ญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
บรมครูใหญ่สายธรรมอุตฺตโมบารมี ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3
วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
ศิษย์แห่งบูรพาจารย์สายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน

จำนวนการจัดสร้าง มี 2 แบบ
1.เบี้ยแก้อุตฺตโม ฝังตะกรุดทองคำ 19 ลูก
2.เบี้ยแก้อุตฺตโม ฝังตะกรุดเงิน 180 ลูก

วัตถุประสงค์ เพื่อนำเงินถวายวัดวังม่วงนำไปใช้ในการจัดเตรียมงานฉลองอุโบสถ์วัดวังม่วง

“เบี้ยแก้” ครอบจักรวาล กันมนตร์ดำ..คุณไสยเข้าตัว

ศรัทธามากล้นที่ผู้หญิงหลายต่อหลายคนนิยมบูชา “เบี้ยแก้” เพื่อแก้มนตร์ดำ ยาสั่งทำเสน่ห์ให้เสียผู้เสียคน...จนต้องหาเครื่องรางมาพกติดตัวเพื่อความสบายใจ มั่นใจ

หลายๆ เสียงกล่าวตรงกันว่า เบี้ยแก้ที่บูชามาเพื่อพกติดตัวนั้นสำคัญที่กรรมวิธีปลุกเสก จะต้องมีที่มาที่ไปผ่านมือเกจิอย่างละเอียดทุกขั้นตอน และอีกประเด็นสำคัญคือองค์ประกอบต่างๆจะต้องครบถ้วน เพื่อกันไม่ให้ของเข้าตัว พลิกตำราทำความเข้าใจให้ตรงกัน “เบี้ยแก้” หมายถึง เครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งสำหรับแก้คุณไสย มนตร์ดำ ยาสั่ง ทำด้วยเบี้ยจั่นซึ่งเป็นหอยทะเลชนิดหนึ่ง บรรจุปรอทเอาไว้ภายใน แล้วปลุกเสกด้วยอาคม

คำว่า “เบี้ยแก้” มาจากคำว่า “เบี้ยแก้บน” เนื่องจากใช้เป็นเงินบนบานศาลกล่าวและเกิดสัมฤทธิผลความหมายจึงพ่วงการแก้ไขจากร้ายให้กลายเป็นดี จึงมีอานุภาพทางแก้กันสิ่งอาถรรพณ์ที่จะให้โทษ

แน่นอนว่าหัวใจสำคัญก็คือ...ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

โบราณาจารย์จะทำเบี้ยแก้โดยนำหอยเบี้ยมาบรรจุปรอท แล้วอุดด้วยชันโรง หุ้มด้วยแผ่นตะกั่วหรือผ้า แล้วนำมาถักด้วยเชือกทารัก หรือยางมะขวิด ผ่านการปลุกเสกกำกับ ใช้ผูกเอวหรือห้อยคอแก้คุณไสยโดยการแช่น้ำมนต์เพื่อไว้ดื่ม...อาบ

“เบี้ยแก้” เป็นเครื่องรางอันทรงคุณค่ามาแต่โบราณกาล โดยทำจากหอยเบี้ยซึ่งบรรจุปรอทไว้ภายใน ทั้งกันทั้งแก้สิ่งชั่วร้าย เสนียดจัญไร คุณไสย คุณคน คุณผี ยาสั่ง ยาเบื่อ ยาเมา พิษสัตว์ร้ายทั้งหลาย

วิธีการสร้างเบี้ยแก้ ส่วนสำคัญประกอบด้วย หอยเบี้ยแก้, ปรอท, ชันโรงใต้ดิน, ตะกั่ว, น้ำรักสีดำ, หอยเบี้ยแก้ ซึ่งเป็นหอยชนิดหนึ่งที่มีลาย เป็นเอก9ลักษณ์เฉพาะตัว ปรอท

โบราณท่านว่า “ปรอท” เป็นสิ่งมีชีวิต มีฤทธิ์ในตัวเป็นรองเพียงแต่เหล็กไหลเท่านั้น แม้ว่าจะยังไม่ผ่านการทำพิธีก็มีฤทธิ์ มีอาถรรพณ์ในตัว พวกผีกลัวมาก จำนวนปรอทที่ใช้กรอกลงในเบี้ยแก้จะต้องมีน้ำหนัก 1 บาท

ส่วน “ชันโรงใต้ดิน” ตามธรรมชาติชันโรงมี 2 ชนิด คือชันโรงบนต้นไม้ และชันโรงใต้ดิน ซึ่งชันโรงใต้ดินเป็นของอาถรรพณ์ ปกติชันโรงใต้ดินอยู่ที่ไหนที่นั่นจะไม่ไหม้ไฟ ชันโรงใต้ดินมีอิทธิคุณตามธรรมชาติเป็นมหาอุด กันไฟ กันคุณไสยได้

ชันโรงใต้ดินใช้ปิดปากเบี้ยไม่ให้ปรอทหนีตะกั่ว โบราณท่านว่า ตะกั่วเป็นของกายสิทธิ์ดีทางอยู่ ยงคงกระพัน ครูบาอาจารย์ท่านจะนำตะกั่วมาตีเป็นรูปหอยเบี้ยทาบหุ้มลงไปจนแน่นหนา จารอักขระเพิ่มลงไปเป็นสื่อชักนำพุทธบารมี ธรรมบารมีและสังฆบารมี ลงมาสู่ตัวเบี้ยแก้ ทำให้เกิดความขลังเพิ่มขึ้น

น้ำรักสีดำ ถือเคล็ดความศักดิ์สิทธิ์อีกประการหนึ่งว่า คำว่า “รัก” มีความหมายที่ดี คือเป็นที่รัก ที่เมตตาของคนทั่วไป เมื่อนำรักมาย้อมหุ้มเบี้ยแก้ย่อมเพิ่มอำนาจทางเสน่ห์เมตตา...ว่ากันว่าเสกเบี้ยจนคลานได้ กระนั้นเบี้ยแก้ที่ผ่านการบรรจุปรอทและหุ้มตะกั่ว ลงจาร และถักหุ้มแล้ว ถือว่ายังไม่ครบขั้นตอน?

“เพราะจะต้องปลุกเสกกำกับ เป็นการประชุมธาตุ หนุนธาตุ เพื่อให้เกิดฤทธิ์ เล่ากันว่ามีผู้พบเห็น หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่มแห่งวัดกลางบางแก้ว สามารถปลุกเสกเบี้ยจนคลานได้ อยู่ไม่น้อยปรอทครางในเบี้ย เรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างหนึ่ง ผู้ที่มีสมาธิมั่นสามารถสัมผัสได้ โดยการนำเบี้ยมาวางกลางฝ่ามือทำจิตให้เป็นสมาธิ”

จะพบว่าปรอทในตัวเบี้ยมีอาการไหวตัวและมีเสียงครางเบาๆ การทำสมาธิร่วมกับเบี้ยแก้ยังเป็นการรับอิทธิคุณ พลังอำนาจจากเบี้ยแก้เข้าสู่ตัว ถ้าเป็นโรคอยู่ เบี้ยแก้จะดูดโรคภัยถอนออกจากตัวเรา

เบี้ยแก้ของดีไม่มีเสื่อม ปกติเครื่องรางของขลังโดยทั่วไปมักจะมีข้อห้ามบางอย่างกำหนดไว้ หากผู้ใดไม่ทำตามจะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์นั้นเสื่อมลงไป เบี้ยแก้ไม่มีข้อห้ามใดๆ เบี้ยแก้เปรียบเสมือนทองคำอยู่ที่ไหนก็เป็นทองคำอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะอยู่ใต้ถุน ใต้สะพาน ใต้ราวผ้า ไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น...

เบี้ยแก้เมื่อเขย่าจะดังขลุกๆ อันเป็นเสียงปรอทที่กรอกเข้าไปในตัวเบี้ยกลิ้งไปกลิ้งมา เนื่องจากสามารถหดและขยายตัวตามอุณหภูมิ หากเขย่าเบี้ยแก้ตอนอากาศร้อนจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเพราะปรอทจะขยายตัว แต่ถ้าอากาศเย็นจะมีพื้นที่ว่างในตัวเบี้ยมากกว่า เสียงจะดังฟังชัด

สรุปได้ว่า “เบี้ยแก้” มีคุณครอบจักรวาล คือดีทางป้องกัน คงกระพัน กันได้สารพัด เป็นเสน่ห์เมตตาทางโชคลาภอีกต่างหาก ควรจะรีบหาติดตัวกันเอาไว้ ซึ่งเบี้ยแก้นั้นถ้าสร้างถูกวิธีการสร้างยากมาก

ซึ่งความเชื่อเรื่องอำนาจที่เหนือธรรมชาติมีมาแต่ครั้งโบราณ เรื่องของเทวดาและภูตผีปีศาจมีอยู่ในความเชื่อของทุกชาติในโลก แน่นอนว่าต้องรวมความเชื่อเรื่องเวทมนตร์คาถาเอาไว้ด้วย เวทมนตร์คาถาต่างๆนั้นนับเป็นเครื่องมือที่ใช้สนองความต้องการของมนุษย์ ให้ใช้ไปในด้านต่างๆสารพัด แต่เมื่อพิจารณาแล้วล้วนไม่พ้นไปจากหลักใหญ่สองประการคือ ใช้ในทางร้ายที่นิยมเรียกว่า “ไสยดำ” และใช้ในทางดีที่นิยมเรียกว่า “ไสยขาว”

เป็นที่น่าสังเกตว่า...ทั้งไสยดำไสยขาวนั้น ต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า ผู้เรียนรู้ทางเวทมนตร์คาถานั้น จำเป็นที่จะต้องมีวัตถุอาถรรพณ์ หรือของวิเศษประเภทหนึ่งเอาไว้ประจำตัว ซึ่งของวิเศษดังกล่าวนี้ ทั้งทางไสยขาวและไสยดำต่างมีวัตถุประสงค์ในการใช้ตรงกัน...คือใช้ในการป้องกันตัวและใช้ทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม นั่นคือต้องมีอาวุธวิเศษประจำตัว โดยอาวุธวิเศษนี้จะต้องมีฤทธิ์ใช้กำจัดศัตรู ใช้ทำลายล้างเวทมนตร์อาถรรพณ์ภูตผีปีศาจ และป้องกันภัยจากอำนาจเร้นลับเหนือธรรมชาติได้


* ภ27เบี้ยแก้ ชานหมาก.jpg (603.09 KB, 2364x1773 - ดู 71 ครั้ง.)

* S__3309607.jpg (183.48 KB, 1108x1478 - ดู 78 ครั้ง.)

* S__3309609.jpg (202.56 KB, 1108x1478 - ดู 67 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #100 เมื่อ: 06 กันยายน 2563, 09:11:02 »

ชานหมากอุตฺตโม รุ่นแรก

ญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
บรมครูใหญ่สายธรรมอุตฺตโมบารมี
ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
ศิษย์แห่งบูรพาจารย์สายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน

จัดสร้าง จำนวน 199 ลูก ทุกเม็ดตอกโค็ดชื่อญาถ่านเบิ้ม อุตฺตโม

“วิชา ชานหมากมงคลผู้ทรงศีล” อีกหนึ่งของมงคล หรือ เครื่องราง ที่หลายคนเสาะแสวงหา โดยเฉพาะชานหมากจากผู้สืบทอดจากครูบาอาจารย์สายธรรมอุตฺตโมบารมี ผู้สืบทอดจากปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน

วิชา ชานหมากมงคลผู้ทรงศีล เป็นการบริกรรมคาถา ล้วนต้องใช้ปากในการเปล่งเสียงคาถาเพื่อใหเกิดความศักดิ์สิทธิ์ เข้มขลัง ดังนั้นเมื่อท่านอมหรือเคี้ยวหมากขณะบริกรรมคาถา พุทธคุณหรือคาถาต้องผ่านหมากที่ท่านเคี้ยวอยู่ในปาก เอาแบบว่า เต็มทุกเม็ดเลยหล่ะกันไม่ตกหล่น
#ประการที่สอง จะดีไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับปาก เมื่อปากว่าแต่สิ่งที่ดี
คือการปลุกเสก ชานหมากที่อยู่ในปากก็ดีด้วยฉันนั้น
#ประการที่สาม ก็ปากอีกนั่นแหละที่ใช้สื่อสารให้เข้าใจ หรือ
โน้มน้าวให้คนรักใคร่ ชอบพอ ดังนั้นอะไรที่เสกแล้วออกจากปากย่อมเสมือนมีปากดีๆหลายปากมาช่วย ไม่ว่าจะเป็นเมตตามหานิยม ค้าขาย ติดต่อการงาน ธุรกิจ โชคลาภ ล้วนเกิดแต่สิ่งนี้

“ชานหมาก” นั้น แท้จริงแล้วเป็นเปลือกของหมากที่ติดอยู่กับตัวเนื้อหมาก ซึ่งญาถานเบิ้ม อุตฺตโมท่านจะฉันกับใบพลูและปูนแดง แต่ก่อนที่พระจะฉันหมาก ท่านจะมีการบริกรรมเสกเป่าหมากพลูเสียก่อน เพื่อให้การขบฉันหมากนั้นเป็นเภสัชหรือเป็นยา

หากแต่ในญาถานเบิ้ม อุตฺตโมท่านก็จะทำการบริกรรมปลุกเสกร่ายอาคมต่างๆกำกับเข้าไปด้วยก่อนจะเคี้ยว เพื่อให้ชานหมากที่จะคายออกมานั้น มีอานุภาพตามที่ต้องการ ว่ากันว่าโดยทั่วไปแล้ว ชานหมากมักจะมีอานุภาพด้านเมตตามหานิยมที่โดดเด่น และยังมีอานุภาพด้านแคล้วคลาด ป้องกันเขี้ยวงา ศาตราวุธทั้งหลาย

ในบางครั้งที่สานุศิษย์ไปกราบญาถานเบิ้ม อุตฺตโมท่านก็จะเมตตาเคี้ยวหมากพร้อมบริกรรมปลุกเสกให้ จากนั้นท่านก็จะนำมาเคี้ยว โดยในระหว่างที่เคี้ยว ถือกันว่าเป็นการปลุกเสกชานหมากอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเวลาเคี้ยวหมากพลูไป ก็มักจะสนทนาพูดคุยกับลูกศิษย์ คนใกล้ชิดหรือแม้กระทั่งพระสงฆ์ด้วยกันก็ตาม โดยเนื้อหาที่คุยส่วนมากมักจะเป็นการให้ศีลให้พร ถือเป็นการปลุกเสกรอบสองที่ดีนัก

เมื่อญาถานเบิ้ม อุตฺตโมท่านเคี้ยวหมากจนกระทั่งคายออกมาเป็นลักษณะชานหมาก ลูกศิษย์ลูกหาต่างก็นำชานหมากที่ญาถานเบิ้ม อุตฺตโมท่านได้คายออกมา นำมาเก็บไว้บูชาเพื่อเป็นเครื่องราง ของมงคล หรือ ของดีติดตัว ซึ่งจะมีอานุภาพต่างๆดังที่กล่าวไปตามการปลุกเสกของญาถานเบิ้ม อุตฺตโมโดยท่านจะปรารถนาให้เป็นทางด้านใด เช่น เมตตา แคล้วคลาด แต่ที่สำคัญ คือผู้ที่บูชาชานหมากจะต้องปฏิบัติตนเป็นคนดี อยู่ในศีลธรรม จึงจะเกิดผลในทุกๆด้าน ตามที่ปรารถนา


* S__3309611.jpg (207.39 KB, 1108x1478 - ดู 62 ครั้ง.)

* 95688934_3022785197768025_2465322287444787200_o.jpg (190.01 KB, 720x960 - ดู 64 ครั้ง.)

* 93353220_2977418192304726_4833314495633817600_n.jpg (74.8 KB, 540x720 - ดู 66 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #101 เมื่อ: 07 กันยายน 2563, 10:17:25 »

เหรียญนาคปรก รุ่นแรก

ญาถานเบิ้ม อุตฺตโม
บรมครูใหญ่สายธรรมอุตฺตโมบารมี
ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 วัดวังม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
ศิษย์แห่งบูรพาจารย์สายปรมาจารย์ใหญ่หลวงปู่สำเร็จลุน

มีขนาดความสูง 1.5 ซม. กว้าง 1.1 ซม.(ประมาณหนึ่งปลายนิ้วก้อย)

วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างถวายวัดวังม่วงแจกในงานฉลองอุโบสถ์วัดวังม่วง เป็นของชําร่วยแก่ญาติโยมที่มีร่วมทำบุญในวันงาน
จำนวนการจัดสร้าง
1.เหรียญเนื้อทองคำแท้ 9 เหรียญ
2.เหรียญเนื้อเงินแท้ จำนวน 99 เหรียญ
3.เหรียญเนื้อนวะ จำนวน 599 เหรียญ
4.เหรียญเนื้อทองทิพย์ จำนวน 1,500  เหรียญ
5.เหรียญเนื้อทองแดง จำนวน 1,500  เหรียญ
6.เหรียญเนื้อรมดำ จำนวน 1,500 เหรียญ

“พระนาคปรก” หรืออีกชื่อเรียกพระพุทธรูปลักษณะนั่งสมาธิ และมีพญานาคแผ่พังพานขึ้นจากไหล่ไปปรกพระเศียรของพระพุทธรูป ในกิริยาที่ พญานาคกราบนมัสการ พระพุทธเจ้า เป็นรูปขดตัวเป็นฐานตั้งพระพุทธรูป นั่งสมาธิ ประทับบนตัวพญานาคและมีพังพานและหัวของพญานาค ๗ เศียร ปรกอยู่ซึ่งเป็นพระพุทธจริยาวัตร ที่เสด็จประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขภาย ในวงขนด ของ พญานาคมุจลินท์นาคราช ทรงพุทธคุณสูงส่ง ด้านเมตตามหานิยม อธิษฐานขอพรโชคลาภ เงินทอง อาราธนาป้องกันภูตผีปีศาจ ตลอดถึงมีพุทธคุณ ปกป้อง คุ้มครอง ดวงชะตา ให้ปราศจากคราะห์ภัยทั้งปวง มีพุทธคุณครอบจักรวาล
ประวัติความสำคัญ
ครั้นพระพุทธองค์เสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้อชปาลนิโครธสิ้น 7 วัน แล้วพระองค์ก็เสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขยังร่มไม้จิก อันมีชื่อว่า มุจจลินท์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศอาคเนย์ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ วันนั้นเกิดฝนตกพรำอยู่ไม่ขาดสายตลอด ๗ วัน พญานาคมุจจลินท์ ผู้เป็นราชาแห่งนาค ได้ออกจากนาคพิภพ ทำขนดล้อมพระวรกาย ๗ ชั้น แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบน เหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความประสงค์มิให้ฝนและลมหนาวสาดต้องพระวรกาย ทั้งป้องกันเหลือบ ยุง บุ้ง ร่าน ริ้น และสัตว์เลื้อยคลานทั้งมวลด้วย
ครั้งฝนหายแล้ว พญามุจจลินท์นาคราชจึงคลายขนดจากที่ล้อมพระวรกายพระพุทธเจ้า จำแลงเพศเป็นมาณพน้อยยืนทำอัญชลีถวายนมัสการพระพุทธองค์ในที่เฉพาะพระพักตร์ ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเปล่งอุทานว่า "สุโข วิเวโก ตุฏฺฐัสสะ สุตะธัมมัสสะ ปัสสะโต อัพยาปัชชัง สุขัง โลเก ปาณะภูเตสู สัญญะโม สุขา วิราคะตา โลเก กามานัง สะมะติกฺกะโม อัสมิมานัสสะ วินะโย เอตัง เว ปะระมัง สุขัง ฯ" ความว่า "ความสงัดเป็นสุขของบุคคลผู้มีธรรมอันได้สดับแล้ว รู้เห็นสังขารทั้งปวงตามเป็นจริงอย่างไร ความเป็นคนไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความเป็นคนปราศจากความกำหนัด คือความก้าวล่วงกามทั้งปวงเสียได้ เป็นสุขในโลกความนำออกเสียซึ่งอัสมินมานะ คือความถือตัวตนให้หมดได้นี้เป็นสุขอย่างยิ่ง"
พระพุทธจริยาที่เสด็จประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขภายในวงขนดของพญานาคมุจจลินท์นาคราชที่ขดแวดล้อมพระกายอยู่นี้ เป็นเหตุให้สร้างพระพุทธรูปปางนี้ขึ้นมา เรียกว่า ปางนาคปรก เรื่องพระปางนาคปรกนี้ นิยมสร้างเป็นพระนั่งบนขนดตัวพญานาคเหมือนเอานาคเป็นบัลลังก์ดูสง่า องอาจเป็นพระเกียรติอำนาจของพระองค์อย่างหนึ่ง ได้ลักษณะเป็นอย่างพระเจ้าของพราหมณ์ ถ้าจะรักษาลักษณะของพระพุทธรูปตามประวัติ ก็จะเป็นไปอีกในลักษณะหนึ่งคือ พระพุทธรูปจะมีพญานาคพันรอบพระวรกายด้วยขนดตัวพญานาคถึง 4-5 ชิ้น จนบังพระวรกายมิดชิด เพื่อป้องกันฝนและลม จะเห็นได้ก็เพียงพระเศียร พระศอ และพระอังสาเป็นอย่างมาก ทั้งเบื้องบนก็มีหัวพญานาคแผ่พังพานปกคลุมอีกด้วย
ความเชื่อ
พระพุทธรูปปางนาคปรกนี้นิยมสร้างเป็น พระพุทธรูปที่สักการบูชาประจำวันของคนเกิดวันเสาร์ ในพุทธศาสนาเป็นที่ทราบกันว่ามีความนิยมสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก อันเกี่ยวเนื่องกับพญานาคที่ชื่อ “มุจลินท์” ซึ่งมาแผ่พังพานปกป้องพระพุทธองค์ และกลายเป็นพระประจำวันเสาร์ นอกเหนือไปจากเรื่องพญานาคเลื่อมใสในพุทธศาสนาถึงขนาดปลอมตนมาขอบวชจนเรียกว่า “บวชนาค” มาจนถึงปัจจุบันนี้
พระนาคปรกเปรียบเสมือนพญานาคได้แผ่พังพาน ปกป้องคุ้มครองเจ้าชะตาให้พ้นทุกข์และภัยพิบัติต่างๆ และยังมีความเชื่อว่าพระปางนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ทางเมตตา ซึ่งเป็นการสอนทางอ้อมให้เห็นอานิสงค์หรือผลดีของความเมตตา เพราะแม้แต่พญานาคยังขึ้นจากสระน้ำมาถวายอารักขาพระพุทธเจ้า ทั้งนี้ก็ด้วยพลานุภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ การบูชา พระนาคปรก เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ เสริมดวงชะตา เมตตามหานิยม ทรัพย์ มหาอำนาจ ดีทุกด้านแก่ผู้บูชา การนำพระนาคปรก หรือ พระประจำวันเกิด บูชานั้นควรไว้ที่หัวนอนของตัวเองจะดีที่สุด องค์พระจะคุ้มครองคุ้มภัยอันตรายทั้งหลาย เสมือนว่าท่านได้คุ้มครองอยู่ตลอดเวลา
พระคาถาบูชา
สวด 10 จบ (องคุลีมาลปริตร) ดังนี้ "ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิ ชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ" มีบางความเชื่อ เชื่อว่าที่มาของพระพุทธรูปปางนี้ เป็นการผสมผสานความเชื่อของสองศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาฮินดู โดยมีที่มาจากพระวิษณุหรือพระนารายณ์ ขณะที่บรรทมประทับบนอาสน์พญานาคที่สะดือสมุทร



* ภ28นาคปรกอุตฺตโม.jpg (2203.84 KB, 2048x1532 - ดู 64 ครั้ง.)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 กันยายน 2563, 21:39:38 โดย maxna » บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #102 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2563, 15:59:28 »

รวมวัตถุมงคล ยุคต้น ถึง ปี2563


* ภเล็กรวมวัตถุมงคล.jpg (761.09 KB, 1371x913 - ดู 42 ครั้ง.)

บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #103 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2563, 16:28:49 »

ศาสตราวุธคู่บารมีสายธรรมอุตฺตโมบารมี
ดาบมหาศาสตราคม

.....คำนี้หมายถึง ดาบมหาศาสตราคมที่เปรียบเสมือนเสาหลักค้ำสายธรรม สร้างไว้เป็นเครื่องศาสตราวุธทรงพุทธานุภาพ
ปกป้องคุ้มครองบรรดาลูกศิษย์ลูกหา กล่าวได้ว่าเป็นที่สุดแห่งศาสตร์พระเวทย์พิชัยสงคราม เป็นวิชาชั้นสูงแห่งเครื่องราชกกุธภัณฑ์

.....การสร้างดาบมหาศาสตราคมทั้งแบบที่ใช้เป็นอาวุธและแบบที่ใช้เฉพาะในพิธีกรรมนั้น จะมีขั้นตอนคล้ายๆกัน
จะต่างกันเพียงเรื่องที่จะใช้เป็นอาวุธด้วยหรือไม่เท่านั้น ถ้าจะใช้เป็นอาวุธด้วยก็ต้องพิถีพิถันในการตีใบมีดมากขึ้น

......ตำราการสร้างดาบมหาศาสตราคมต้องลงอักขระเลขยันต์เสกปลุกทุกส่วนของมีด คือ ใบมีด ด้ามมีด ปลอกมีด เมื่อจะทำการสร้างดาบมหาศาสตราคม
ขั้นแรกต้องจัดหาวัสดุโลหะธาตุต่างๆที่ใช้ทำใบมีดจะเป็นสิ่งที่ถือกันว่ามีอาถรรพ์อยู่ในตัว มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว ใช้โลหะหลายชนิดประกอบกันแล้วตีเป็นใบมีด
โดยฤกษ์ยามคือสิ่งสำคัญ

......ฤกษ์ยามคือสิ่งสำคัญ โดยแบ่งออกเป็น 5 วาระ ดังนี้
วาระที่ 1 หลอมเหล็ก โดยประกอบพิธีกรรมขอขมาอาถรรพ์ในตัวเหล็ก
ฤกษ์วาระที่ 1 วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2563
ฤกษ์เวลา วันเสาร์ 06.00 ถึง 08:29 น.ในวันอาทิตย์
ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบสอง(๑๒) ปีชวด จุลศักราช ๑๓๘๒
คริสตศักราช 2020 , มหาศักราช 1942 , รัตนโกสินทรศก 239
อธิกสุรทิน ปกติมาส อธิกวาร , โสรวาร(ส) กัตติกมาส โทศก

วาระที่ 2 ตียึดเหล็กให้ยาว
วาระที่ 3 บวงสรวงโลหะ
วาระที่ 4 ขึ้นรูปดาบ โดยประกอบพิธีกรรมขอขมาครู
วาระที่ 5 พุทธาภิเษกพระแสง

......ขั้นแรกต้องจัดหาวัสดุโลหะธาตุต่างๆที่ใช้ทำใบมีดจะเป็นสิ่งที่ถือกันว่ามีอาถรรพ์อยู่ในตัว มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว ใช้โลหะ 77 อย่างหลอมเข้ากันแล้วตีเป็นใบมีด
การใช้เหล็ก 77 อย่าง นำมาผสม ดังนี้
1.เหล็กจากยอดพระเจดีย์มหาธาตุ
2.เหล็กขนันผีพรายตายทั้งกลม
3.ตะปูตอกฝาโลงจาก 7 ป่าช้า
4.เหล็กที่เกิดการชำรุดจากอาวุธที่พังในการศึก
5.เหล็กแทงคอวัว
6.เหล็กเบญจพรรณกัลเม็ด
7.เหล็กหล่อบ่อพระแสง
8.เหล็กที่ใช้สำหรับตรึงโลงศพ
9.หม้อผีตายหง
10.หอกสัมฤทธิ์
11.พระแสงหัก
12.เหล็กสลักประตู
13.เหล็กถ้ำต่างๆ
14.เหล็กกำแพง
15.เหล็กน้ำพี้
16.ธาตุเงิน
17.ธาตุทอง
18.ธาตุทองแดง
19.ผงถ่านไม้ไผ่
20.ผงตะไบพระต่างๆ
21.ยอดปราสาท
22.เหล็กประตูโบสถ์
23.เหล็กประตูวัด
24.เหล็กประตูบ้านคนตายท้องกลม
25.เหล็กประตูบ้านคนผูกคอตาย
26.เหล็กสะพาน
27.เหล็กทางสามแพร่ง
28.เหล็กฟ้าผ่า
29.เหล็กลำกล้องปืนที่ยิงคนตาย
30.ตะปูสังฆวานร
31.บาตรพระเก่า
32.เหล็กน้ำพี้
33.เหล็กน้ำลี้
33.ชนวนทองล้น หล่อพระประทาน
34.เหล็กช่อฟ้าอุโบสถ
35.ยอดปลีฉัตรทองพระธาตุ
36.เหล็กเปียก
37.เหล็กตะแกรงเผาศพ
38.เหล็กดึงคอศพ
39.เหล็กพลิกศพ
40.ตะปูเผาผีตายโหง
41.กำไรสำริด
42.โซ่ตรวนนักโทษอุกฉกรรณ์
43.ปรอทดำ
44.แร่เจ้าน้ำเงิน
45.แร่บริสุทธิ์(สังกะสี)
46.เศษสะเก็ดฟ้าผ่า หรือ(ที่เรียกว่าขวานฟ้าผ่า)
47.ลูกกระสุนปืนที่ยิงคนตาย
48.เหล็กกรงขัง
49.แร่เงินยวง
50.เหล็กแกนเจดีย์
51.เหล็กสมอเรือสำเภาโบราณ
52.กั่นพร้าหัก
53.โซ่ล่ามช้าง
54.ตราชั่งโบราณ
55.ขอบบาตร
56.ตะขอช้าง
57.กรีชทองแดง
58.ผานไถ
59.พญาร้อยคุ้ง
60.เหล็กปอฉ้อ
61.เหล็กฐานเทียนชัย
62.เหล็กไอ้ใบ้
63.เหล็กเที่ยงตรง
64.เหล็กแกะ
65.เหล็กไตรภพ
66.เหล็กลูกปืนใหญ่โบราณ
67.เหล็กหล่อบ่อพระขรรค์
68.เหล็กใบเลื่อย
69.ธาตุทองเหลือง
70.เหล็กเตารีดโบราณ
71.ขวานเหล็กโบราณ
72.กาน้ำชาเหล็กโบราณ
73.ทั่งเหล็กโบราณ
74. กล่องเหล็กโบราณ
75. กุญแจเหล็กโบราณ
76.เหล็กเกราะโบราณ
77.เคี่ยวเกี่ยวข้าวโบราณ
และบรรจุมวลสารอาถรรพ์ 77 ชนิด


* ภาพเล็ก ดาบ.jpg (243.3 KB, 881x753 - ดู 31 ครั้ง.)

* 1.jpg (192.02 KB, 575x757 - ดู 11 ครั้ง.)

* 2.jpg (327.26 KB, 1189x719 - ดู 11 ครั้ง.)

* 3.jpg (376.36 KB, 1157x737 - ดู 4 ครั้ง.)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 พฤศจิกายน 2563, 11:52:31 โดย maxna » บันทึกการเข้า
maxna
Newbie
*

พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 55%
HP: 2.8%



ดูรายละเอียด
« ตอบ #104 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2563, 16:32:23 »

ศาสตราวุธคู่บารมีสายธรรมอุตฺตโมบารมี
พระขรรค์อุตฺตโมบารมี

คือ พระขรรค์ที่เป็นของมหามงคล เปรียบเสมือนเสาค้ำที่ปกปักรักษาครูธรรมญาติธรรมของสายธรรมอุตฺตโมบารมี

พระขรรค์อุตฺตโมบารมี จะนำออกมาในพิธีกรรมสำคัญในสายธรรม เช่น งานพิธีกรรมไหว้ครูธรรม งานพิธีกรรมแช่วานอาคม เป็นต้น

เนื่องจากแต่เดิมนั้น เชื่อกันมาว่า พระขรรค์ เป็นศาตราวุธแห่งเทพเจ้า เป็นอาวุธคู่กายที่ใช้ทั้งในด้านการป้องกันสิ่งชั่วร้าย
และการดลบันดาลหรือเนรมิตสิ่งต่างๆได้ตามบุญบารมีของผู้ครอบครอง จะเห็นว่า พระขรรค์ มักปรากฏในวรรณคดี โดยเฉพาะใน
รูปเทวดาต่างๆที่ทรงพระขรรค์อย่างสวยงามและน่าเกรงขาม พระขรรค์ จึงเป็นศาสตราวุธที่มีบทบาทอย่างมากในสมัยโบราณ
จวบจนปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมอยู่ เพราะมีการสร้างพระขรรค์ ซึ่งเป็นวัตถุมงคลจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงศีล ลงอักขระเลขยันต์อันศักดิ์สิทธิ์ในพระขรรค์
ปลุกเสกอธิษฐานจิตกำกับด้วยคาถาอาคม จนพระขรรค์มีอานุภาพ ซึ่งส่วนมากจะใช้ในอานุภาพด้านการป้องกันภูติผีปีศาจ มนต์ดำ อาถรรพ์ร้าย
ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอัปมงคลทั้งปวง

สำหรับลักษณะของพระขรรค์ที่ปรากฏโดยทั่วไป จะคล้ายคลึงกับดาบ แต่จะมีความแตกต่างตรงที่พระขรรค์จะปรากฎคมอยู่สองด้าน
ตรงกลางมีลักษณะคอดอย่างเห็นได้ชัด และมีอักขระเลขยันต์ปรากฎอย่างชัดเจน

ส่วนวัสดุที่ใช้นำมาสร้างเป็นพระขรรค์อุตฺตโมบารมี สร้างจากเหล็ก อาถรรพ์ 99 อย่าง
มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองอยู่แล้วมาสร้างเป็นพระขรรค์ นำมาปลุกเสกจนเกิดอานุภาพที่มากขึ้นได้
เป็นแร่โลหะ ที่ได้รับจากพ่อครูช่างหลวง


* ภาพเล็ก พระขรรค์.jpg (247.05 KB, 881x753 - ดู 34 ครั้ง.)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 ตุลาคม 2563, 16:34:34 โดย maxna » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!