?>
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
16 มิถุนายน 2569, 00:57:45 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 15 มิถุนายน 2569, 05:20:39 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
เราเป็นลูกศิษย์ของครูอาจารย์
เราฟังหรือเราปฏิบัติตามที่ท่านสอนไหม
แล้วเราได้อะไรขึ้นมาบ้างพอที่จะอวดตนว่า
เราเป็นลูกศิษย์ของท่าน
เราละชั่วทำดีได้กี่มากน้อย

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 2 
 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2569, 05:18:38 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ถ้าไม่ฝึกหัดใจ
ก็ใจนั่นแหละเป็นทุกข์
ถ้าฝึกหัดใจ
ก็ใจนั่นแหละเป็นสุข

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๒๔

 3 
 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2569, 06:31:08 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
พระพุทธเจ้า ทรงสอนแต่ให้ทำดีด้วยตนเอง
ย่อมได้ผลดีด้วยตนเอง (คือสิ่งที่เป็นมงคล)
ไม่ได้สอนให้คนอื่นทำให้ หรือทำให้คนอื่น

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
๑/๑๐

 4 
 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2569, 05:26:15 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
" ...สำรวมใจให้สงบอยู่ในที่เดียว เรียกว่าภาวนา"

ใจนั้นเรายังไม่ทันรู้จักว่าคืออะไร ตั้งเเต่เกิดจนกระทั่งบัดนี้ยังจับตัวใจไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พูดถึงเรื่องใจอยู่ทุกอย่าง ใจดี ใจร้าย ทุกข์ใจ กลุ้มใจ แต่ก็ยังไม่รู้จักตัวใจ "ใจเป็นของไม่มีตัว แต่รู้สึกนึกคิดได้"

เพราะฉะนั้น ความรู้สึกนึกคิดจับตัวนั้นเสียก่อนอาการของใจคือความรู้สึกนึกคิด เอามาไว้ในที่เดียว ระลึกอยู่ในที่เดียว คิดอยู่ในที่เดียว "คือนึกคิดอยู่ที่ พุทโธ" ตั้งใจให้นึกอยู่ใน "พุทโธ สติคุมให้นึกแน่วอยู่ในพุทโธ" ไม่ให้ส่งไปที่อื่น

ถึงมันจะส่งไปไหนก็ดึงมันมาให้อยู่ จนกระทั่งเราทำอยู่นั้นนาน ๆ หนักเข้ามันจะหายหมดความคิดทั้งหลายที่นึกส่งไปที่อื่น แม้แต่ "พุทโธก็จะหยุดไม่นึก แต่จะสงบอยู่คนเดียวของมันต่างหาก" นี่วิธีทำภาวนาสมาธิมีแค่นี้ ... "

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 5 
 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2569, 06:02:34 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
แท้ที่จริงนั้น แก่นสารของพุทธศาสนา
คือ การปฏิบัติกาย วาจา ใจ ของตนให้บริสุทธิ์
ตามคำสอนของพระพุทธองค์

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
๒๑/๙

 6 
 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2569, 05:48:51 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
"#ทาน_การให้"
"ความเมตตาปรารถนาหวังดี อันนั้นแหละได้ชื่อว่า ให้ทานโดยแท้"
เขาทำทาน เขาปรารถนาหวังดีแก่เรา
เราแผ่เมตตาถึงเขา ก็เรียกว่าให้ทาน ได้ให้น้ำใจเป็นทาน ให้อภัยทาน
นั่นเป็นเครื่องสนองตอบแทนซึ่งกันและกัน
"ทานนั้นมันมีหลายอย่าง เหลือที่จะคณานับ
แต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าหากมีเจตนาหวังดี ปรารถนาความสุขให้กับคนอื่น
อันนั้นให้ชื่อว่าให้ทานโดยแท้
"จะให้ของน้อยก็ดี จะให้ของมากก็ดี ให้ของหยาบของละเอียดไม่เป็นปัญหา
ด้วยเจตนานั้นเป็นของใหญ่ เป็นของมากเอง ทานจึงค่อยมีประโยชน์อย่างนี้
ทานนั้นเป็นเครื่องบำรุงน้ำใจให้คนใกล้ชิดสนิท .. "

ธรรมโอวาท
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

 7 
 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2569, 06:22:22 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ถ้าเรารักตนของเราอย่างแท้จริงแล้ว
ก็ให้มีสติปกครองจิตไว้ไม่ให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่วใส่ตัวเรา
ก็เป็นคนคี ดีไปหมดทุกอย่าง มีทาน ศีล ภาวนา แสวงหาทางออกจากทุกข์
มันถึงจะเป็นคนผู้รักตนอย่างแท้จริง
และไม่ใช่รักแต่คนเดียวยังรักบิดามารดา รักครูบาอาจารย์ด้วย
เราเป็นคนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบฝึกฝนอบรมกาย วาจา จิตของเราดีแล้ว
ก็แปลว่าผู้นั้นเป็นผู้รักษาพระศาสนาของพระพุทธเจ้าไว้ให้มั่นคงถาวรอยู่
ได้ไม่ให้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสื่อมสูญไป
เพราะว่าพระองค์ทรงบัญญัติพระธรรมไว้ให้เอามาประพฤติ
ปฏิบัติกาย วาจา จิตของเรา ไม่ให้มัวเมาหลงใหลอยู่กับกิเลสตัณหานี้จนเกินไป
 ทรงสอนให้เรามีสติมองเข้ามาดูจิตมันติดข้องที่ไหน
เราจะได้แก้ไขตรงที่มันติดข้องอยู่นั้น เพื่อให้มันล่วงลงถึงใจดวงเดิมได้

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
สติควบคุมจิต(๖)
แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง พ.ศ.๒๕๑๗

 8 
 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2569, 05:22:39 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
จงละอารมณ์ที่ยังไม่มาถึงนั้นเสีย เพราะสิ่งที่ยังมาไม่ถึงก็เป็นอนาคต
อารมณ์ที่ล่วงไปแล้วก็ เป็นอดีตไป
อารมณ์ที่เกิดอยู่ในเดี๋ยวนี้ก็ไม่ควรยึดถือเอา

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 9 
 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2569, 05:47:30 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ถ้าสติ สมาธิไม่มั่นคง มันก็หลงไปคิดข้องอยู่ใน “กามฉันทะ” มีความรักใคร่ยินดีอยู่ในกาม ถ้าตาเห็นรูปที่ไม่ดี หูได้ยินเสียงที่ไม่เพราะ จิตของเราก็เศร้าหมองขุ่นมัว เรียกว่า “พยาบาท” เจ้าของเพราะว่าไม่มีสติปัญญาจะชำระจิตใจให้สะอาด
ถ้าพิจารณาอันใดก็ไม่แจ้งไม่ชัด ดื้อไปหมดอันนี้เรียกว่า “ถิ่นมิทธะ”
เมื่อพิจารณาไม่แจ้งไม่ชัดจึงไม่สิ้นความสงสัยได้เรียกว่า “วิจิกิจฉา”
คิดข้องอยู่เรื่อย ไปทำบ้างไม่ทำบ้างลูบๆ คลำๆ เรียกว่า “สีลัพพตปรามาส”
เพราะว่าจิตมันเกี่ยวเนื่องอยู่ในกาม มันก็เป็นนิวรณ์ข้องอยู่ใน “กามฉันทะ”
มีความรักใคร่ยินดีอยู่ในคนในตัว หลงถือเอาไว้
เดี๋ยวมันก็เกิดทุกข์ขึ้น เดี๋ยวมันก็เกิดสุขขึ้น เดี๋ยวมันก็เฉยๆ เดี๋ยวก็จำโน่นจำนี่ จำอคีตอนาคต
จำผิดจำถูกเอามาปรุงมาแต่งว่าดีว่าชั่ว มันหมุนกันอยู่เกี่ยวข้องกันอยู่ในกาม
จึงได้เรียกว่า “นิวรณ์ห้า” เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกันอยู่ทั้งห้าอย่าง
มันจึงไม่โยกคลอน ถอนได้ยากที่สุด
“หากว่าจิตมันยังหลงยืดหลงถือว่าตัวกูของกูอยู่แล้วก็แปลว่าจิตของเรายังมีภพมีชาติอยู่ต่อไป เพราะว่าเราไม่ได้แก้ไขกันให้ทันเวลาไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่แก่ไม่เจ็บ”

 หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
สติควบคุมจิต (๗)
แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง พ.ศ.๒๕๑๗

 10 
 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2569, 06:01:12 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
"คนเรา ถ้าหากไม่มีเมตตา
หวังดีต่อกันแล้ว มันก็ไม่ผิดแผก
จากสัตว์เดรัจฉานเลย
เอาแต่ได้ เอาแต่ดีเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว
ไม่คิดถึงความทุกข์
ความเดือดร้อนของคนอื่น
ก็เหมือนสัตว์ทั่วไป เท่านั้นเอง"


หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!